ผู้เขียน หัวข้อ: กำแพงเพชร ตะลุย 8 จุดเที่ยว เมืองมรดกโลก ธรรมชาติผืนป่าตะวันตก  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 26, 2018, 05:15:03 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • ดูรายละเอียด









จังหวัดอะไร รวยที่สุด? สมัยเด็กๆ เราคงเจอคำถามนี้ไม่ต่ำกว่า 10 รอบ และหนึ่งในคำตอบนั้นก็ไม่พ้น “กำแพงเพชร” (เคียงคู่มากับอ่างทองและเพชรบุรีชนิดไม่ยอมแพ้กัน) บางคนก็รู้จักในฐานะเมืองชากังราว มีเฉาก๊วยชื่อดังวางขายตามปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ แต่เอาเข้าจริงแล้วคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ว่ากำแพงเพชรมีอะไรน่าเที่ยว อาจเพราะเป็นเมืองผ่านไปสู่จังหวัดอื่นๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นเมืองรองที่อยากบอกว่าต้องห้ามพลาด!

กำแพงเพชรมีของดีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เคียงคู่กับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของป่าตะวันตกที่เขียวขจีให้ความเย็นฉ่ำตลอดทั้งปี หรือจะเป็นของกินอย่างบะหมี่ชากังราว กล้วยไข่ กระยาสารท ปลาแม่น้ำ  “นายรอบรู้” ไปเยือนมาแล้วอยากแนะนำ 8 ไฮไลต์จังหวัดกำแพงเพชร ทั้งที่เที่ยวยอดนิยม และสถานที่แปลกใหม่น่าสนใจ ชนิดที่จัดเป็นเส้นทางเที่ยว 3 วัน 2 คืน ไปกลับกรุงเทพฯ รับความสุขเต็มอิ่มสบายๆ







1.เดินตลาดย้อนยุคนครชุม ชิมของอร่อย ย้อนกลิ่นอาย “ชั่วฟ้าดินสลาย”
ใครหลงรักย่านเก่าแบบเรา ต้องแวะมาเยือนตลาดย้อนยุคเมืองนครชุมที่จัดทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สัปดาห์แรกของทุกเดือน พ่อค้าแม่ค้าจะแต่งกายด้วยชุดไทย มีการแสดงพื้นเมือง ถัดจากตลาดไปมีบ้านเก่าที่มีประวัติศาตร์ที่เกี่ยวข้องกับ “พะโป้” ตัวละครสำคัญในนวนิยายชั่วฟ้าดินสลายซึ่งมีตัวตนอยู่จริง

บริเวณตลาดจากถนนศรีรัตน์ไปจนถึงชุมทางเจ้าพ่อเสือ คือชุมชนนครชุม ย่านเก่าติดกับคลองสวนหมากที่มีบ้านสมัยรัชกาลที่ 5 อยู่เยอะ ทั้งบ้านคนจีน บ้านคหบดี บ้านข้าราชการ ในอดีตคึกคักถึงกับเคยมีโรงหนัง แต่เมื่อเวลาผ่านมาคนหนุ่มสาวออกไปเรียนหนังสือไปทำงานในเมือง ชุมชนจึงเงียบเหงาลง จนกระทั่งมีหน่วยงาน เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), อพท., วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร, พาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร, และท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร มาช่วยฟื้นฟูโดยจัดตลาดเมืองนครชุมขึ้น เรียกกันว่า “บ้านปิด ตลาดเปิด” เพราะปิดบ้านมาตั้งตลาดกัน

ตลอดความยาวประมาณ 800 เมตร  เราจะพบกับสินค้าที่น่าสนใจ โดยเฉพาะของกินโบราณ เช่น แกงขี้เหล็กสูตรนครชุมที่ใส่หนังหมู โดยมีความเชื่อว่าขี้เหล็กดีที่สุดต้องเก็บในช่วงคืนวันเพ็ญเดือน 12 ฟ้าเปิด ซึ่งเทวดาจะนำตัวยาไปรวมที่ต้นขี้เหล็ก นอกจากนี้ยังมีแกงบอน แกงเขียวหวานที่ใส่กล้วยไข่ดิบ บัวลอย ขนมรังผึ้ง ขนมดอกดิน ไอติมแบบโบราณที่ใช้น้ำหวานราดบนน้ำแข็ง ก๋วยเตี๋ยวยอดหยิ่ง หรือผัดไทยแม่สุภาพ ที่จัดร้านไม่เสร็จก็ไม่ขาย มีทีเด็ดที่เส้นเหนียว นุ่ม อร่อย คนจึงมากินกันแน่นร้าน รวมทั้งเมี่ยงเสียบไม้ ผ้าทอ เรียกว่าเดินเลือกซื้อกันจนเพลิน

ตลาดจัดศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทุกอาทิตย์แรก ของเดือน ตั้งแต่ 16.00-21.00 น. หากมีเวลาลองข้ามแม่น้ำไปเดินชมฟรี

บ้านพ่อค้าสมัยรัชกาลที่ 5 เรียกกันว่า บ้านห้าง ร.5 หรือ บ้านพะโป้ บ้านหลังนี้มีอายุกว่าร้อยปี เป็นอาคารไม้สองชั้น ยกพื้นสูง ปัจจุบันอยู่ในสภาพทรุดโทรม แม้เข้าไปชมภายในไม่ได้ แต่ก็สามารถชมสถาปัตยกรรมภายนอกได้

พะโป้เป็นคหบดีชาวกะเหรี่ยงในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเข้ามาขอพระบรมราชานุญาตทำไม้ในเขตเมืองกำแพงเพชร บ้านหลังนี้ยังเป็นที่ทำการสำหรับควบคุมเส้นทางการชักลากลำเลียงไม้จากป่าทางตะวันตกล่องมาตามคลองสวนหมากเพื่อลงสู่แม่น้ำปิง แล้วล่องต่อไปยัง จ. นครสวรรค์อันเป็นศูนย์กลางการค้าไม้ที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภาคเหนือตอนล่าง เรื่องราวของพะโป้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ครูมาลัย ชูพินิจ ซึ่งเป็นคนนครชุม นำไปเขียนเป็นตัวละครคหบดีผู้ค้าไม้ในชั่วฟ้าดินสลาย


ตลาดย้อนยุคนครชุม
ถนนศรีรัตน์ ตำบล นครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร กำแพงเพชร








2.นมัสการพระบรมธาตุนครชุม สวดธรรมจักรทุกเย็นวันอาทิตย์

พระบรมธาตุแห่งนี้เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองนครชุม เป็นเจดีย์แบบพม่า มีขนาดใหญ่ สีทองทั้งองค์ เชื่อว่าพระมหาธรรมราชาลิไทยโปรดให้สร้างขึ้นเป็นศูนย์กลางของเมืองนครชุมเมื่อปี พ.ศ. 1900 เพื่อลดกระแสการทำศึกสงคราม

เมื่อแรกสร้างพระบรมธาตุฯ เป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ขนาดใหญ่ 3 องค์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเก้าองค์ซึ่งประดิษฐานอยู่ในสำเภาเงิน ภายหลังเมืองนครชุมถูกทิ้งร้าง พระบรมธาตุฯ จึงอยู่ในสภาพทรุดโทรมนานหลายร้อยปี กระทั่งสมัยรัชกาลที่ 5 คหบดีชาวพม่าคือพญาตะก่าและพะโป้ซึ่งมาทำกิจการค้าไม้ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตบูรณะองค์พระธาตุขึ้นใหม่ เป็นเจดีย์แบบพม่าดังปรากฏในปัจจุบัน โดยใช้งบสมัยนั้น 15,000 บาท

องค์เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ซ้อนลดหลั่นกันสามชั้น แต่ละชั้นมีซุ้มพระยื่นออกมาทั้งสี่ทิศ แต่ละด้านให้เป็นพระแต่ละยุคสมัย ทั้งกำแพงเพชร สุโขทัย อยุธยา อู่ทอง เพื่อจะบอกว่าความเจริญรุ่งเรืองของกำแพงเพชรมีอยู่ทุกยุคทุกสมัย ส่วนยอดมีฉัตรทองประดับอย่างสวยงามซึ่งพะโป้ไปอัญเชิญจากเมืองมะละแหม่งมาติดไว้

ด้านติดกับแม่น้ำปิงมีอนุสาวรีย์พระมหาธรรมราชาลิไทย ด้านหลังมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ ตำนานเล่าว่าเป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระมหาธรรมราชาลิไทยทรงนำมาจากลังกาเมื่อปี พ.ศ. 1900 ครั้งที่ส่งสมณทูตไปร่วมพิธีสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาที่ลังกา ซึ่งมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุเก้าองค์ที่นำมาบรรจุในพระบรมธาตุเจดีย์มาในครั้งเดียวกันนี้ด้วย

ทุกวันอาทิตย์จะมีชาวบ้านนุ่งขาวห่มขาวมาสวดธรรมจักรเพื่อเสริมบารมี สมัยก่อนถือเป็นการสังสรรค์พบปะกันอีกทางหนึ่ง

พระบรมธาตุนครชุม
วัดพระบรมธาตุ ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร กำแพงเพชร








3.ย้อนอดีตความยิ่งใหญ่ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นเมืองโบราณอายุกว่า 600 ปี บนพื้นที่กว้างขวางนับพันไร่ และมีสถาปัตยกรรมที่งดงามจนได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลก” จากองค์การยูเนสโก ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย ภายในแบ่งออกเป็นเขตคามวาสีหรือเขตเมือง และเขตอรัญญวาสี หรือเขตในป่านอกตัวเมือง

รูปแบบศิลปะส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ร่วมสมัยกับอาณาจักรสุโขทัย จึงมีหลายอย่างใกล้เคียงกัน เช่น เจดีย์ช้างรอบ-ช้างล้อม พระพุทธรูปปางลีลา เป็นต้น และบางส่วนได้รับอิทธิพลจากอาณาจักรล้านนาและอยุธยา โครงสร้างโบราณสถานจะทำด้วยศิลาแลงเป็นหลัก เพราะมีแหล่งจำนวนมาก แนวกำแพงเมืองที่ใหญ่โตจากศิลาแลง แข็งแกร่งราวกับเพชรนี้เอง เป็นที่มาของชื่อ “กำแพงเพชร”

โบราณสถานที่สำคัญในเขตเมืองคือวัดพระแก้ว ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ปัจจุบันพังทลายไปมาก แต่ที่ยังน่าชมคือเจดีย์ทรงระฆังที่รูปทรงงดงาม มีซุ้มสิงห์ปูนปั้น 32 ซุ้มโดยรอบ และพระพุทธรูปศิลปะกำแพงเพชร ปางมารวิชัยและปางไสยาสน์สร้างจากศิลาแลงฉาบปูนอยู่ใกล้กัน  ไม่ไกลนักมีเจดีย์ทรงระฆังอีกองค์ที่มีรูปปั้นช้าง 32 เชือก เรียกว่า เจดีย์ช้างล้อม ในช่วงยามเย็นที่แสงแดดอ่อนจะดูสวยงามเป็นพิเศษ

เมื่อขยับออกมาในเขตอรัญญวาสีที่กว้างใหญ่และมีวัดจำนวนมาก ไม่ควรพลาดชม วัดช้างรอบ วัดขนาดใหญ่ที่สร้างบนเนินเขาลูกรัง เล่ากันว่าในสมัยก่อนหากได้ขึ้นไปบนเจดีย์จะมองเห็นไกลไปถึงแม่น้ำปิง เจดีย์ประธานประดับด้วยช้างปูนปั้นครึ่งตัวล้อมรอบจำนวน 68 เชือก ที่ไม่เหมือนที่อื่นคือเป็นช้างทรงเครื่อง สวมกำไลที่ข้อและโคนขา ระหว่างช้างแต่ละเชือกมีลายปูนปั้นรูปพรรณพฤกษา ซ่อนสัตว์ต่างๆ ไว้ เช่น นก กระรอก งู

อีกวัดที่โดดเด่นคือวัดพระสี่อิริยาบท ที่มีพระขนาดใหญ่สี่องค์หันหน้าออกสี่ด้าน ปัจจุบันพระพุทธรูปยืนด้านตะวันตกมีสภาพสมบูรณ์กว่าด้านอื่นๆ จะมองเห็นพระพักตร์ที่เป็นสกุลช่างกำแพงเพชรชัดเจน คือวงหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยม ต่างจากสกุลช่างสุโขทัยที่เป็นวงรูปไข่ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองแล้วรู้สึกจิตใจสงบ

นอกจากนี้ยังมีวัดน่าสนใจอีก เช่น วัดอาวาสใหญ่ วัดสิงห์ วัดพระนอน หลายวัดมีห้องอาบน้ำและเวจกุฎีหรือส้วมพระสงฆ์แบบโบราณที่หาชมไม่ได้ง่ายๆ  สาเหตุที่มีวัดเกิดขึ้นจำนวนมากในบริเวณนี้ สันนิษฐานว่าคหบดีผู้มั่งคั่งนำเงินมาสร้างวัดเพื่อเป็นบุญกุศลกับวงค์ตระกูลของตน

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
ตำบล หนองปลิง อำเภอเมืองกำแพงเพชร กำแพงเพชร









4.สัมผัสธรรมชาติเย็นฉ่ำ ที่ช่องเย็น น้ำตกคลองลาน
กำแพงเพชรมีพื้นที่ป่าผืนใหญ่ที่สำคัญคือ ป่าตะวันตก ต่อเนื่องมาจากห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ คลองลาน และคลองวังเจ้า ที่ตั้งอยู่บนป่าผืนนี้จึงมีความอุดมสมบูรณ์มาก สัตว์ป่าชุกชุม อากาศเย็น มีน้ำไหลตลอดปี และธรรมชาติสวยงามมาก เหมาะกับการแวะมาพักผ่อน ถ้ารักการเดินป่าระยะไกล ต้องลองเส้นทางเขาเย็นและเส้นทางพิชิตยอดโมโกจู ที่เป็นหนึ่งในสุดยอดของเส้นทางเดินป่าเมืองไทย แต่ถ้ามีเวลาแค่ 1 วัน แล้วอยากรวมเมดเลย์ระดับไฮไลต์ ลองแวะช่องเย็น น้ำตกคลองลาน น้ำตกเต่าดำ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

ช่องเย็นอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ระหว่างทางจะผ่านจุดชมทิวทัศน์กิ่วกระทิง ที่มองเห็นทิวทัศน์ผืนป่าแม่วงก์โดยรอบ ในไม่ช้าก็จะถึงช่องเย็นที่เป็นจุดชมทิวทัศน์อยู่สูง 1,340 เมตรจากระดับน้ำทะเล  อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีเหมาะกับการแคมปิง เราจะได้เห็นสายหมอกลอยอ้อยอิ่งกับเทือกเขาถนนธงชัย มีทะเลภูเขาสลับซับซ้อน ผืนป่าตะวันตกเขียวขจี ด้วยความที่เป็นช่องเขาจึงมีลมเย็นพัดผ่านตลอด เป็นที่มาของชื่อ “ช่องเย็น” ใกล้จุดชมทิวทัศน์มีเส้นทางเดินสั้นๆ แต่ค่อนข้างชันเพื่อไปพิชิตยอดภูสวรรค์ ระหว่างทางมีต้นไม้เขียวขจี มีมอสปกคลุมตามกิ่งก้าน ดอกไม้เล็กๆ บานแต่งแต้มสีสันระหว่างทาง

สำหรับนักดูนก ช่องเย็นถือเป็นจุดที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของภาคกลางตอนบน พบนกมากกว่า 300 ชนิด โดยเฉพาะนกเงือกคอแดงที่พบยากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก มักบินจากป่าดงดิบผ่านหุบเขา บางครั้งก็แวะมากินลูกไม้ แต่ที่ต้องระวังมากที่สุดคือ ตัวคุ่น ที่เป็นแมลงตัวเล็กๆ คล้ายแมลงหวี่ แต่เมื่อกัดแล้วจะเกิดเป็นตุ่มที่คันมาก บางคนที่แพ้แผลจะขยายเป็นผื่น วิธีป้องกันคือฉีดเสปรย์กันแมลงที่มีกลิ่นฉุน รวมทั้งสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และระวังไม่ให้คุ่นคลานลอดเสื้อผ้าไปกัดผิวหนังด้านในได้

ส่วนน้ำตกคลองลาน อยู่ในอุทยานแห่งชาติคลองลาน มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ใครหลายคนยกให้เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดของกำแพงเพชร แม้จะเป็นน้ำตกชั้นเดียว เพราะสายน้ำจากต้นน้ำบนยอดเขาคลองลานซึ่งไหลผ่านโตรกผาแผ่เป็นผืนกว้างกว่า 40 เมตร ก่อนตกลงมายังวังน้ำขนาดใหญ่เบื้องล่าง น้ำตกคลองลานเป็นต้นน้ำของห้วยคลองลานซึ่งไหลไปลงคลองสวนหมาก ตลอดแนวลำห้วยเป็นโขดหิน บรรยากาศร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ เหมาะกับลงเล่นน้ำ     

แต่ถ้ามีเวลา ต้องแวะไปน้ำตกเต่าดำ น้ำตกขนาดใหญ่สูงหลายร้อยเมตร สายน้ำไหลจากหน้าผาสูงบนภูเขาลงสู่พื้นเสียงดังกึกก้อง เกิดเป็นลำธารขนาดใหญ่ต้นน้ำของคลองวังเจ้า จุดชมน้ำตกอยู่ที่ชั้นล่าง ต้องเดินลงมาผ่านป่าเบญจพรรณและป่าดิบเขาบรรยากาศร่มรื่น การเดินทางอาจจะลำบากสักหน่อยออนไลน์

ช่องเย็น
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ตำบล คลองน้ำไหล อำเภอ คลองลาน กำแพงเพชร









5.สำรวจกลิ่นอายอีสานใน วัดทุ่งสนุนรัตนาราม
ต้องยกตำแหน่ง วัดขวัญใจคนอีสานแห่งเมืองกำแพงเพชร ให้ไปเลย แค่ก้าวเข้ามาก็สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมล้านช้างตั้งแต่รูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ข้างโบสถ์ เจดีย์จากรวงข้าว ยิ่งในช่วงงานบุญสำคัญ เช่นงานบุญผะเหวดจะมีคนมาร่วมงานมืดฟ้ามัวดิน เหมือนอยู่ในภาคอีสานเลยทีเดียว

ที่เป็นเช่นนี้เพราะชาวชุมชนรอบวัดทุ่งสนุนรัตนารามสืบเชื้อสายมาจากลาวเวียงจันทร์ ที่อพยพมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หลังในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้น ก็เลยมีการพูดกันปากต่อปากทำให้คนลาวจากราชบุรี อีสาน อพยพมาอาศัยอยู่เพิ่มขึ้น สมัยนั้นมีต้นสนุน (ไคร้น้ำ) เยอะ ก็เลยตั้งเป็นชื่อหมู่บ้าน กระทั่งปี พ.ศ. 2488 หลวงปู่เบี้ยว พระเชื้อสายอีสานจากราชบุรี จึงเป็นแกนนำในการสร้างวัดแห่งนี้ขึ้น

อย่างไรก็ตามวัฒนธรรมอีสานในชุมชนก็ค่อยๆ จางหายไปตามเวลา จนกระทั่งพระมหาอภิชาติ กิตฺติวรญฺญู เจ้าอาวาสคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นคนขอนแก่นย้ายเข้ามา ท่านจัดรายการวิทยุเสียงตามสายในชุมชนด้วยภาษาอีสาน แต่กลับถูกวัยรุ่นในชุมชนโทรศัพท์มาต่อว่า จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ฟื้นฟูวัฒนธรรมอีสานกลับมาก่อนจะสูญหายไปจากชุมชน

พระมหาอภิชาติรื้อฟื้นงานบุญประจำทุกเดือนที่เรียกว่าฮีต 12  เช่น บุญผะเหวด บุญมหาชาติ  บั้งไฟ บุญข้าวประดับดิน โดยจัดให้ยิ่งใหญ่ มีหมอลำมาเล่น ทำให้คนเฒ่าคนแก่ที่คิดถึงบ้าน คิดถึงประเพณีเหล่านี้ได้มีความสุขกันอีกครั้งโดยไม่ต้องเดินทางเกือบ 600 กิโลเมตรกลับไปบ้านเกิด และยังทำให้ชาวอีสานในกำแพงเพชร และจังหวัดใกล้เคียงได้กลับมารวมตัวกัน แสดงวัฒนธรรมของตัวเอง ที่ปกติทำได้ยากเนื่องจากต้องอาศัยรวมกับคนวัฒนธรรมอื่น

ส่วนของวัดทุ่งสนุนรัตนารามก็มีการบูรณะ สร้างพระเจ้าบุญล้าน (องค์เล็กด้านหน้าพระประธานเดิม) เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านช้างแห่งเดียวในภาคเหนือตอนล่าง หล่อขึ้นมาใหม่เป็นศูนย์รวมใจของชาวล้านช้างที่นี่ ในโบสถ์มีจิตรกรรมเล่าความเป็นมาของชาวบ้าน และนิทานพื้นบ้าน เช่น ขูลู นางอั้ว นิทานล้านช้างที่เปรียบเหมือนโรมิโอจูเลียตอีสาน ผาแดงนางไอ่ พระสุทนมโนรา ท้าวแสนปม ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ สังข์ศิลปไชย หลวงพ่อบอกว่าถ้าไม่เขียนลูกหลานจะลืมว่ารากของคนที่นี่เป็นใคร และยังมีพระพุทธรูปแกะสลักจากหินไหมทองทรงเครื่องที่นำออกมาเฉพาะวันสงกรานต์ให้ประชาชนสรงน้ำ นับเป็นพระพุทธรูปที่งดงามยิ่ง

วัดทุ่งสนุนรัตนาราม
หมู่ 4 ตำบล ระหาน อำเภอ บึงสามัคคี กำแพงเพชร









6.ลองชิม บะหมี่ชากังราว ของดีเมืองกำแพงเพชร
บะหมี่ชากังราว เดิมเรียกว่าบะหมี่เซี้ยง เล่ากันว่านายเซี้ยง รักชนม์ (แซ่แต้) เป็นผู้ริเริ่มปรุงสูตรขึ้น นายเซี้ยงเป็นชาวจีนที่อพยพมาอาศัยอยู่ในกำแพงเพชรโดยยึดอาชีพทำก๋วยเตี๋ยวขาย ด้วยการปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยวได้อร่อยเข้มข้น ทั้งเส้นบะหมี่ก็ทำเอง ต่อมาจึงแพร่หลายกลายเป็นที่นิยมของชาวกำแพงเพชรและมีชื่อโด่งดังมาจนทุกวันนี้

เส้นบะหมี่นั้นใช้แป้งสาลีนวดกับไข่แดง น้ำเปล่า และเชื้อทำบะหมี่ จนเหนียวนุ่มเข้ากันดี หลังจากนั้นก็นำแป้งมาคลี่เป็นแผ่นบางๆ แล้วหั่นเป็นเส้น ร้านไหนที่อร่อยๆ จะทำเส้นเองวันต่อวัน เส้นจะสดใหม่ เอกลักษณ์ของเส้นทำเองแบบนี้คือค่อนข้างแข็งกว่าเส้นโรงงาน จึงเคี้ยวเพลินกว่า ยิ่งสั่งแบบแห้งมายิ่งอร่อยเว็บ

ส่วนน้ำก๋วยเตี๋ยวเป็นน้ำต้มกระดูกหมูที่เคี่ยวจนได้รสหวาน แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบ ส่วนเครื่องที่ใส่ในก๋วยเตี๋ยวมีหลายอย่างได้แก่ หมูสับ หมูแดง หนังหมู ตับหมูต้ม หอมเจียว กระเทียมเจียว พริกป่น ถั่วงอก และถั่วฝักยาว ที่ต่างกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยชัดๆ คงจะเป็นการไม่ใส่ถั่วลิสงคั่ว ใครไปถึงกำแพงเพชร ต้องลองหาร้าน แวะสั่งมาชิมกันสักหน่อยว่าอร่อยสมคำร่ำลือจริงไหม

บะหมี่ชากังราว
ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร










7.เที่ยววัดหนองปลิง วัดสวยจากศิลาแลง
เดิมเป็นสำนักสงฆ์ มีเพียงกุฏิไม้เล็กๆ มีพระป่ามาธุดงค์แล้วก็ไป จนกระทั่งเจ้าอาวาสคนปัจจุบันมาพำนักและทำผ้าป่าเพื่อบูรณะวัดแห่งนี้ให้เป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้าน เริ่มตั้งแต่ปี 2551

ท่านเกิดความคิดว่า น่าจะนำศิลาแลงมาสร้างวัดให้เหมือนกับโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ เพราะเป็นของขึ้นชื่อจากกำแพงเพชร ดังมีคำขวัญหนึ่งว่า “ศิลาแลงใหญ่” แล้วก็ให้ช่างมาแกะสลักศิลาแลงเป็นรูปทรงประดับตกแต่ง ตามจินตนาการของท่าน แม้แต่รั้วกำแพงวัดก็ยังแกะศิลาแลงเป็นคติสอนธรรมะกว่า 120 ช่อง ในอุโบสถเป็นไม้ประดับด้วยงานดีบุกดุนลาย แม้ปัจจุบันยังบูรณะไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็นับว่าเป็นวัดที่มีศิลปะน่าสนใจ น่าแวะไปเยี่ยมชม

วัดหนองปลิง
ตำบล หนองปลิง อำเภอเมืองกำแพงเพชร กำแพงเพชร








8.ชิมกระยาสารท ซื้อกล้วยไข่ ความอร่อยแบบไทยๆ
กระยาสารทเป็นของหวานที่นิยมทำกินกันในช่วงเทศกาลสารทไทย (ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม) เพื่อถวายพระสงฆ์ ส่วนผสมประกอบด้วย ข้าวตอก ข้าวเม่า ถั่วลิสง งาขาว น้ำอ้อย น้ำผึ้ง และกะทิ กรรมวิธีเริ่มจากนำข้าวเม่า ข้าวตอก ถั่วลิสง และงาขาวมาคั่วให้สุกเหลือง นำกะทิขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ จากนั้นใส่น้ำอ้อยและน้ำผึ้งลงเคี่ยวโดยใช้เวลานานพอสมควรจนเหนียวเข้ากันดี แล้วยกลงจากเตา นำส่วนผสมที่คั่วเตรียมไว้ใส่ลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว เสร็จแล้วเทใส่ถาด ทิ้งไว้พออุ่นจึงตัดเป็นแผ่นกินได้ บางทีก็ขายเป็นขยุ้มๆ ชั่งตามน้ำหนัก และจะอร่อยที่สุดเมื่อกินกับกล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอมหวาน เปลือกบาง เนื้อแน่น ซึ่งออกผลมากช่วงสารทไทยเช่นกัน

หนึ่งในร้านกระยาสารทเจ้าที่ขึ้นชื่อคือร้าน ป้าใหญ่ชากังราว บนถนนราชวิถี ที่ขายมากว่า 40 ปี จุดเด่นอยู่ที่วัตถุดิบทุกอย่างเตรียมเองหมด ตั้งแต่งา ถั่ว ข้าวตอก ข้าวเม่า โดยเฉพาะมะพร้าวที่สั่งจากภาคใต้มาขูดเองคั่วเองจึงได้ความอร่อยเต็มคุณภาพ แถมยังใส่นมสดเพิ่มความมันลงไปด้วย การทำยังเป็นแบบดั้งเดิมคือทำใช้เตาถ่านที่ควบคุมไฟได้ง่าย ตั้งกระทะต่อกระทะ ให้เครื่องต่างๆ แบบไม่หวง ตอนที่เทใส่ถาดยังแถมข้าวตอกกับงาโรยหน้าเพิ่มความอร่อยเข้าไปอีกด้วย ที่สำคัญคือ ความเหนียว ความกรอบ ความหวานและกลิ่นหอมของวัตถุดิบต่างๆ ที่ทำให้กระยาสารทร้านนี้โดดเด่น ในร้านยังขายข้าวหลาม และขนมกวนอีกด้วยฃ