ผู้เขียน หัวข้อ: มะนาว มีสรรพคุณเเละประโยชน์ดีๆ อีกมากมายที่เรายังไม่รู้  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 06, 2018, 11:13:29 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


มะนาว
ชื่อสมุนไพร มะนาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น ส้มมะนาว (ภาคกึ่งกลาง),ส้มท้องนาว (ภาคใต้) ,สีมานีปีห์ (มลายู) ,หมากฟ้า (ไทยใหญ่) , โกรยชะม้า (เขมร) , มะเน้าเลย์ , มะนอเกละ , ปะนอเกล (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน) , ปะโหน่ละโมบลยาน (กะเหรี่ยง จังหวัดกาญจนบุรี)
ชื่อสามัญ  Common lime, Lime , Sour lime
ชื่อวิทยาศาสตร์  Citrus aurantifolia (Christm. et Panz.) Swing.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Limonia aurantifolia Christm. & Panzer.
ตระกูล  Rutaceae
ถิ่นกำเนิด เช้าใจกันว่ามะนาวเป็นพืชประจำถิ่นในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์เพราะเหตุว่าคนที่อยู่ในภูมิภาคนี้ รู้จักการใช้ประโยชน์จากมะนาวกันอย่างดีเยี่ยมมาตั้งแต่อดีตแล้ว ซึ่งหนึ่งในซึ่งก็คือเมืองไทย แต่ว่ามีการศึกษาและทำการค้นพบอีกชิ้นหนึ่งที่มั่นใจว่ามะนาวมีต้นกำเนิดในประเทศอินเดียทางเหนือ แล้วก็เขตเชื่อมต่อกับประเทศพม่า รวมทั้งทางทางเหนือของมาเลเซีย (แต่น่าประหลาดที่ไม่พบมะนาวในป่าของไทย) เดี๋ยวนี้มีการปลูกมะนาวทั่วไปในเขตร้อน และเขตอบอุ่นกึ่งร้อนทั่วทั้งโลกเพราะมะนาวสามารถขึ้นได้ในที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ และทนต่อดินเนื้อละเอียดได้ดียิ่งไปกว่าส้ม
ลักษณะทั่วไป มะนาวเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดเล็กมีลักษณะเป็นพุ่มไม้มีความสูงเฉลี่ย 2-5 เมตร ลำต้นมีลักษณะโค้งงอไม่ค่อยแข็งแรง เปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาลปนเทา กิ่งอ่อนของมะนาวมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่ สีจะเข้มขึ้นจนเป็นสีน้ำตาลส่วนกิ่งที่แก่มากจะเป็นสีเทา การออกของกิ่งไม้ไม่ค่อยเป็นระเบียบ บนลำต้นและก็กิ่งก้านจะมีหนาม หนามมีลักษณะแหลมมีทั้งหนามสั้นและหนามยาวมีสีเขียวเข้มและก็สีเขียวอมเหลือง ส่วนบริเวณปลายหนามีสีน้ำตาล เมื่อแก่ขึ้นหนามจะแห้งตามไป
                ใบของมะนาวมีลักษณะเป็นใบผู้เดียว คือมีแผ่นใบอันเดียว ใบมีขนาดเล็กกว้างราวๆ 3-6 ซม. ยาวราวๆ 6-12 ซม.รูปร่างเป็นแบบรีหรือทรงไข่ ฐานใบมีลักษณะกลม ปลายใบมีรูปแหลม ป้าน ขอบของใบเป็นคลื่น หรือเป็นหยักละเอียด ก้านใบสั้นและมีปีกใบแคบหรือบางทีอาจไม่มีปีกใบก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับประเภทมะนาว ใบอ่อนมีสีเขียวจางแทบเป็นสีขาว ใบแก่มีสีเขียวเข้ม ผิวใบด้านบนละเอียดเป็นมันส่วนผิวใบข้างล่างออกจะหยาบคายและก็มีสีจางกว่า เมื่อกระทำการขยี้ใบจะมีกลิ่นฉุน
                ดอกมะนาวอาจกำเนิดเป็นดอกคนเดียวหรือช่อก็ได้ มีทั้งๆที่เป็นดอกบริบูรณ์และไม่สมบูรณ์ ดอกจะออกรอบๆซอกใบและก็ปลายกิ่ง ดอกมะนาวมีขนาดเล็ก ดอกที่ตูมจะมีขนาดความยาว 1-2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงมีสีเขียวเป็นรูปถ้วยมี 4-6 หยัก ส่วนกลีบมีสีขาว และด้านท้องกลีบดอกอาจมีสีม่วงอมแดงเจืออยู่ด้วย กลีบดอกมีลักษณะเป็นรูปถ้วย มีปริมาณ 4-5 อัน จำนวนกลีบในและก็กลีบนอกมีจำนวนเท่าๆกัน แต่ละกลีบมีขนาด 0.8-1.2 เซนติเมตร ดอกมะนาวมีเกสรตัวผู้มากมายถึง 20-40 อัน เชื่อมชิดกันเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-8 อัน เกสรตัวเมียมีรังไข่รูปร่างเป็นทรงกระบอก ใน 1 ดอก จะมีรังไข่โดยประมาณ 9-12 อัน
                ผลมะนาวมีรูปร่างต่างๆนาๆตามชนิดของชนิด มีอีกทั้งรูปร่างยาวรี รูปไข่ แล้วก็รูปร่างกลม ที่ตูดผลมีลักษณะเป็นจุกหรือปุ่มเล็กๆผลโดยทั่วไปมีขนาดความยาว 3-12 ซม. เปลือกมักษณะขรุขระ แล้วก็มีต่อมน้ำมันเปลือกผิว ผิวเปลือกเมื่อแหลม บรรจุอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื้อมะนาวมีสีเหลืองอ่อน มีรสเปรี้ยวรวมทั้งมีกลิ่นหอมสดชื่นเมล็ด ขนาดเล็กคล้ายรูปไข่ ด้านปลายหัวจะแหลม ภายในเม็ดมีเนื้อเยื่อสีขาว
การขยายพันธุ์  มะนาวเป็นพืชซึ่งสามารถปลูกได้ดีในดินแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดินเหนียว ดินปนทราย แต่ว่าถ้าเกิดต้องการจะปลูกมะนาว ให้เจริญงอกงามดี มี ผลเยอะ และคุณภาพดี ก็ควรจะปลูกภายในพื้นที่ที่เป็นดินที่ร่วนซุย มีการระบาย น้ำดี มีอินทรียวัตถุผสม อยู่มากมาย และควรที่จะทำการเลือกพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ
ส่วนการขยายพันธุ์มะนาวนั้นสามารถทำเป็นหลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น การทำหมันกิ่ง การทาบกิ่ง รวมทั้งการติดตา แต่ว่าแนวทางที่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับเพื่อการเพาะพันธุ์มะนาวสูงที่สุดเป็น การตอนกิ่ง โดยมีแนวทางดังต่อไปนี้

  • เลือกกิ่งที่ไม่แก่หรืออ่อนเหลือเกินและไม่เป็นโรคหรือมีแมลงกัดกิน ยาวราวๆ 30-50 เซนติเมตร รวมทั้งมีเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 0.5 เซนติเมตรขึ้นไป
  • ตัดหนามและก็ใบในบริเวณที่จะควั่นกิ่งออกประมาณ 5 ซม.
  • ควั่นกิ่งออกเป็น 2 รอยให้ลึกถึงเนื้อไม้ห่างกัน 1-2 เซนติเมตร
  • ขูดเยื่อเจริญก้าวหน้าออกให้หมด
  • หุ้มด้วยขุยมะพร้าวที่มีความชุ่มชื้นหรือใช้ตุ้มตอนสำเร็จ มัดเปาะหัวด้านหลังให้แน่น แล้วทิ้งเอาไว้ราว 30-45 วัน เมื่อรากออกมาแล้วก็ใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดเพื่อนำไปแช่น้ำจนกระทั่งอิ่มตัว
  • นำไปชำต่อในถุงสีดำขนาด 5x8 นิ้ว ที่ผสมดิน 1 ส่วน แกลบ 1 ส่วน รวมทั้งเมื่อกิ่งที่ชำเดินรากได้ดิบได้ดีในถุงดำรวมทั้งแข็งแรงแล้วจึงนำไปปลูกต่อไป
การเตรียมพื้นที่ปลูก

  • พื้นที่ลุ่ม จัดแจงพื้นที่โดยทำคันดินให้มีความกว้างประมาณ 6-8 เมตร ส่วนสูงให้ดูจากจำนวนน้ำที่เคยท่วมสูงโดยให้อยู่สูงขึ้นมากยิ่งกว่า แนวระดับน้ำหลาก 50 ซม. แทงร่องหรือซอยร่องทำประตูน้ำเพื่อ ระบายน้ำเข้าออก ขนาดร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร พื้นที่ร่องกว้าง 0.5-0.7 เมตร ใช้ระยะปลูก 5X5 เมตร
  • พื้นที่ดอน ควรไถกระพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช และทำให้ดินที่ร่วนซุย ใช้ระยะปลูก 4 x 4 – 6 x 6 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน
ขั้นตอนการปลูก
ควรปลูกลงในช่วงต้นฤดูฝน ควรขุดหลุมปลูก ให้มีขนาดกว้างแล้วก็ลึกราวๆ 50 เซนติเมตร ผสมดิน ปุ๋ยคอก และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกัน ในหลุมให้ สูงประมาณ 2 ใน 3 ของหลุม ยกถุงกล้า ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงขึ้นยิ่งกว่า ระดับดินปากหลุมน้อย ใช้มีดที่คม กรีดถุง จากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงอีกทั้ง 2 ด้าน (ช้ายและขวา) ดึงถุงก๊อบแก๊บออก โดยระวังอย่าให้ดินแตก กลบดินที่เหลือลงในหลุม กดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น ปักไม้หลักและก็ผูกเชือกยึด เพื่อปกป้องลมพัดโยก หาวัสดุคลุมดินรอบๆโคนต้น อย่างเช่น ฟางข้าว หญ้าแห้ง รดน้ำให้โชก ทำร่มเงา เพื่อช่วยบดบังแดด
การปฏิบัติรักษา การให้น้ำ ควรมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ ในช่วง ที่ปลูกใหม่ๆควรให้น้ำวันละครั้งเป็นอย่างต่ำ (กรณีฝนไม่ตก) ภายหลังจากปลูกราว 15 วัน มะนาวสามารถตั้งตัวได้แล้ว ให้น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง และควรหา วัสดุมาคลุมดินรอบๆโคนต้น เพื่อช่วยรักษาความชื้น                ควรจะเริ่มงดเว้นให้น้ำ ตั้งแต่ช่วงมีนาคม เป็นต้นไป จนกระทั่งช่วงมีดอก เพื่อให้มะนาวสะสม อาหารให้มากถึงระดับซึ่งสามารถสร้างตาดอกได้ ปกติมะนาวจะออกดอก เดือนเมษายน-พ.ค. ภายหลังมะนาวออกดอก และก็กำลังติดผลอ่อน เป็นตอนๆที่มะนาวต้องการน้ำมาก เพื่อใช้เพื่อการเจริญเติบโต ของผล

     ส่วนชนิดมะนาวที่มีการปลูกกันมากในไทย เช่น

  • มะนาวไข่ ผลกลม หัวด้านหลังยาวเหมือนมะนาวหนัง เมื่อโตเต็มกำลังผลมีลักษณะกลมมน เปลือกบางผลโต กว่ามะนาวหนัง
  • มะนาวแป้น ผลใหญ่ ค่อนข้างจะกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมาก นิยมใช้บริโภคมากยิ่งกว่าจำพวกอื่นๆเชิงพาณิชย์จะปลูกมะนาวชนิดแป้นดกพิเศษ สามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่าย
  • มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวด้านหลังแหลม เมื่อโตสุดกำลังผลจะมีลักษณะกลมค่อนข้างจะยาว มีเปลือกหนา ทำให้รักษาผลตอบแทนนาน


ส่วนประกอบทางเคมี น้ำจากผลมีกรด citric acid, malic acid, ascorbic acid,  ผิวมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่มาจากผู้กระทำลั่นผิวผล จำนวนร้อยละ 0.3-0.4 มีสารต่างๆเป็นต้นว่า  d-limonene (42-64%), alpha-berpineol (6.81%), bergamotene ผสมกับ terpinen-4-ol (3%),  alpha-pinene          citric acid       
(1.69%), geraniol (0.31%), linalool,  terpineol, camphene, bergapten (furanocoumarin)    ใบมะนาวเมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการ    camphene
ต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยจำนวนร้อยละ 0.27  ส่วนประกอบทางเคมีของน้ำมันมีสารต่างๆอย่างเช่น  6-methyl-5-hepten-2-one (3.19), limonene (44.82), neral (4.95), geranial (7.66) , geranyl acetate (8.98), caryophyllene oxide (2.31) ส่วนข้อมูลทางโภชนาการของมะนาวมีดังนี้

  • พลังงาน 30 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 10.5 กรัม
  • น้ำตาล 1.7 กรัม
  • เส้นใย 2.8 กรัม terpineol
  • ไขมัน 0.2 กรัม
  • โปรตีน 0.7 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.03 มก.
  • วิตามินบี 2 0.02 มก.
  • วิตามินบี 3 0.2 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 5 0.217 มก.
  • วิตามินบี 6 0.046 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 9 8 ไมโครกรัม
  • วิตามินซี 29.1 มิลลิกรัม
  • แคลเซียม 33 มิลลิกรัม
  • เหล็ก 0.6 มก.
  • แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 18 มก.
  • โพแทสเซียม 102 มิลลิกรัม
  • โซเดียม 2 มก. ที่มา : Wikipedia
ประโยชน์/สรรพคุณ
น้ำมะนาวมีคุณค่าในการเป็นสารให้ความเปรี้ยว ผิวมะนาวมีกลิ่นหอมยวนใจจากน้ำมันหอมระเหย มะนาวเป็นเครื่องปรุงรสอาหารไทยที่ขาดเสียไม่ได้ เป็นองค์ประกอบรสเปรี้ยวหลักของน้ำพริก ส้มตำ ยำทุกชนิด ลาบแล้วก็ของกินไทยอีกอีกเยอะมาก ต่างแดนใช้มะนาวในของคาวหวาน ดังเช่น ในพายมะนาวของรัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา
น้ำมะนาวเว้นเสียแต่ใช้แต่งรสเปรี้ยวในอาหารหลาย จำพวกแล้ว ยังประยุกต์ใช้เป็นเครื่องดื่ม ผสมเกลือ และก็น้ำตาล เป็นน้ำมะนาว ซึ่งมีชื่อเสียงกันดีทั้งยังในประเทศไทย รวมทั้งต่างถิ่นทั้งโลก ยิ่งไปกว่านี้เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์บางชนิดยังนิยมฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆเสียบไว้กับขอบแก้ว เพื่อใช้แต่งรส
โดยข้างในผลมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยถึงจำนวนร้อยละ 7 น้ำมะนาวจึงมีสาระสำหรับใช้เป็นส่วนผสมน้ำยาทำความสะอาด เครื่องหอม การบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) หรือน้ำยาที่เอาไว้สำหรับล้างจาน
นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากมะนาวด้านอื่นๆอีกดังเช่นว่า หุงข้าวให้ขาวและก็อร่อยขึ้น ด้วยการใช้น้ำมะนาวราวๆ 2-3 ช้อนนำไปซาวข้าว  ทอดไข่ให้ฟูแล้วก็นุ่ม มะนาว 4-5 หยดจะช่วยได้  มะนาวช่วยลดเหม็นกลิ่นคาวจากปลาเมื่อปรุงอาหารรวมทั้งทำให้ปลาอาจรูปไม่เหลว เมื่อใช้มีดผ่าหัวปลี มีดจะมีสีม่วงคล่ำ ล้างออกตรากตรำ เอามาทุ่งนาวที่ผ่าแล้วมาเช็ดตามใบมีด จะช่วยทำให้มีดสะอาดดังเดิม  การเชื่อมกล้วยหักมุกให้น่ากิน เมื่อน้ำตาลเดือดเป็นยางมะตูมแล้ว ให้บีบมะนาวครึ่งด้านลงไป จะช่วยทำให้กล้วยใส น่าอร่อยเยอะขึ้นเรื่อยๆ  มะนาว 2-3 ลูกใส่ไว้ภายในถังข้าวสารช่วยป้องกันมอดได้  ส่วนการเปลี่ยนแปลงรูปมะนาว มะนาวแปรรูปได้ เป็นต้นว่า น้ำมะนาวทำกับข้าว มะนาวแช่อิ่มตากแห้ง น้ำมะนาวเข้มข้น มะนาว ผง เครื่องดื่มผสมน้ำมะนาว แยมมะนาว เยลลีมะนาว แยมเปลือกของมะนาว แยมนะที่นาวดอง มะนาวดองเค็ม มะนาวหวาน กิมจ้อมะนาว เปลือกของมะนาวสามรส เปลือกมะนาวเส้นแต่งรส เปลือกของมะนาวเชื่อม เปลือกของมะนาวแช่อิ่ม มาร์มาเลดมะนาว เป็นต้น
ส่วนคุณประโยชน์ทางยานั้นระบุว่า ตำรายาไทยผิวมะนาวจัดอยู่ใน “เปลือกส้ม 8 ประการ” มี ผิวส้มเขียวหวาน ผิวส้มจีน ผิวส้มซ่า ผิวส้มโอ ผิวส้มตรังกานู ผิวมะงั่ว ผิวมะกรูด และก็ผิวมะนาว (หรือผิวส้มโอมือ) มีสรรพคุณแก้ลมกองละเอียด กองหยาบ แก้เสลดโลหะ ใช้ปรุงยาหอม แก้ทางลม
           นอกนั้นบัญชียาจากสมุนไพร: ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา ปรากฏการใช้ผิวมะนาว ในยารักษาอาการทางระบบไหลเวียนเลือด (แก้ลม) ปรากฏตำรับ”ยาหอมเทวดาจิตร” มีส่วนประกอบของผิวมะนาว อยู่ใน ”เปลือกส้ม 8 ประการ” ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆในตำรับ มีสรรพคุณสำหรับเพื่อการแก้ลมเวียนหัว แก้อาการหน้ามืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน แก้ลมจุกแน่นในท้อง
                ส่วนในทางการแพทย์แผนปัจจุบันกำหนดถึงคุณประโยชน์ของมะนาวว่า สารดี-ลิโมนิน (d-limonin) เป็นสารที่นำไปสู่ความขมในน้ำมะนาว น้ำมันผิวมะนาว (lime oil) พบได้มากบริเวณผิวเปลือกของมะนาวมีสารดี-ลิโมนิน เป็นองค์ประกอบหลักเกินกว่าปริมาณร้อยละ 90 พบว่าน้ำมันผิวมะนาว มีคุณสมบัติคุ้มครองป้องกันรวมทั้งรักษามะเร็งหลายแบบ
ชาวต่างชาติทั่วไปมักกินน้ำส้ม หรือน้ำจากผลพืชเชื้อสายส้ม ยกตัวอย่างเช่น ส้มโอ หรือมะนาว ประกอบกับข้าวเช้า น้ำผลไม้พวกนี้มีวิตามินซี และมีสารกรุ๊ปฟลาโวนอยด์ (flavonoid) มีสารเฮสเพอริดิน (hesperidin) รูทิน (rutin) และที่นาริงจิน (naringin) แล้วก็ลิโมนิน เป็นฟลาโวนอยด์หลักของพืชตระกูลส้ม จากนี้จะเรียกสารกลุ่มนี้ว่าฟลาโวนอยด์ส้ม (citrus bioflavonoid)
สารกลุ่มฟลาโอ้อวดนอย์ส้มนี้มีรายงานทางการแพทย์ตะวันตกว่าใช้เพื่อการรักษาไข้จับสั่น โรครูมาว่ากล่าวสม์เรื้อรังรวมทั้งโรคเกาต์ ใช้สำหรับในการคุ้มครองปกป้องโรคเลือดออกตามไรฟัน คุ้มครองการตกเลือดข้างหลังคลอด และก็ช่วยทุเลาอาการระคายคอจากการต่อว่าดเชื้อรวมทั้งโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งโรคที่เกิดขึ้นจากการได้รับวิตามินซีในอาหารไม่พอ ซึ่งอาจส่งผลให้มีลักษณะของโรคเกิดขึ้นภายใน 8-12 อาทิตย์ คนป่วยมักมีลักษณะอาการเหมือนป่วย อ่อนแรง ง่วงซึม โลหิตจาง ปวดกล้าม เจ็บกระดูก มีแผลฟกช้ำดำเขียวหรือบวมง่าย มีจุดเลือดออกแดงๆตามผิวหนัง เกิดโรคทางปริทันต์ เป็นแผลแล้วหายยาก อารมณ์แปรปรวน หรือมีภาวะเหงาหงอย สำหรับคุณประโยชน์ของน้ำมะนาวต่อโรคนี้ มีการค้นคว้าแต่ก่อนที่ให้ผู้เจ็บป่วยโรคนี้รับประทานส้มกับมะนาวเหลือง พบว่าคนไข้สามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์รวมทั้งเร็ว เมื่อเทียบกับคนไข้อีกกรุ๊ปที่กินอาหารประเภทอื่น นอกจากนี้ในน้ำมะนาวยังมีกรด citric ซึ่งมีรสเปรี้ยว จะกระตุ้นให้มีการขับน้ำลายออกมาทำให้เปียกแฉะคอ ก็เลยช่วยบรรเทาลักษณะของการเจ็บคอได้
แบบ/ขนาดวิธีใช้
อาการไอ  ระคายคอจากเสมหะใช้น้ำจากผลที่โตเต็มกำลัง  เพิ่มเติมเกลือเล็กน้อย  จิบเสมอๆหรือ จะทำน้ำมะนาวเพิ่มเกลือรวมทั้งน้ำตาลนิดหน่อย           อาการท้องอืดท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด   ใช้เปลือกผลสด 1/2-1 ผล ฝานเป็นชิ้นเล็กๆบางๆชงด้วยน้ำเดือด ปิดฝาทิ้งไว้ 5-10 นาที ดื่มแม้กระนั้นน้ำขณะมีลักษณะ หรือหลังรับประทานอาหาร 3 เวลาใช้มะนาว 1 ผล บีบเอาน้ำมะนาวมาชงกับน้ำร้อนดื่มหรือใช้มะนาวฝานบางๆจิ้มเกลือกินจะช่วยขับเสลดได้ยามเช้าหลังตื่นนอน ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว บีบมะนาว 1/4 ผล (หรือใส่เกลือบางส่วน) จะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก แล้วก็ช่วยขจัดพิษออกมาจากร่างกายน้ำมะนาวผสมผงกำมะถันใช้ทาก่อนนอน แก้อาการกลาก โรคเกลื้อน หิดใช้น้ำมะนาวทาที่ตุ่มคัน ทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างน้ำสบู่แล้วถูให้แห้ง แล้วใช้แป้งทาตุ่มคัน แก้น้ำกัดเท้าในด้านความสวยสดงดงาม ผลัดเซลล์ผิว ลดรอยด่างดำ ใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้สักประเดี๋ยว ล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วซึมซับให้แห้ง ทำสัปดาห์ละครั้ง ผิวหน้าจะมองสดใส หรือใช้น้ำมะนาวผสมน้ำแช่อาบใช้ในการแก้ไข้ทับรอบเดือน ด้วยการเอาใบมะนาวโดยประมาณ 100 ใบมาต้มรับประทานช่วยแก้ลิ้นเป็นฝ้า ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำมะนาวขัดถูที่ลิ้นวันละ 2-3 ครั้ง
การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา การเรียนรู้สัตว์ทดลองในหนู พบว่าเมื่อให้สารเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์หลักจากเปลือกในพืชเชื้อสายส้มกับหนูไขมันสูง มีผลเพิ่มไขมันที่ดี (เอชดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดไขมันไม่ดี (แอลดีแอล-คอเลสเตอรอล) ลดปริมาณไขมันรวมและไตรกลีเซอไรด์ ในหนูดังที่ได้กล่าวมาแล้ว รวมทั้งส่งผลลดระดับความดันเลือดแล้วก็ขับปัสสาวะในหนูความดันสูง การทดสอบในห้องปฏิบัติในแคนทุ่งนาดาการพบว่า ฤทธิ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วของฟลาโวนอยด์ส้มเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากผลการกระตุ้นแนวทางการทำงานของยีนรีเซปเตอร์ไขมันไม่ดี (แอลดีแอล) ในตับในตำแหน่งที่ควบคุมโดยสเตอรอล (sterol regulatory element, SRE)
ในอเมริกา การค้นคว้าในสัตว์ทดสอบพบว่า ฟลาโวนอยด์ส้มสองกลุ่ม เช่นกลุ่มเฮสเพอริดิน แล้วก็กรุ๊ปโพลีเมโททอกซิเลตฟลาโวน (PMFs) มีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในพลาสม่าของสัตว์ทดสอบ ซึ่งสนับสนุนผลที่ได้รับจากงานวิจัยในหนูถีบจักรของแคนาดา
ประเทศจีน งานค้นคว้าวิจัยพบว่า ที่นาริงจิน รวมทั้งเฮสเพอริดินซึ่งเป็นฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์กระตุ้นรูปแบบการทำงานของยีนอะดีโพเนกทิน (adiponectin) ซึ่งเป็นยีนสำคัญในเมตาบอลิซึมของเดกซ์โทรสแล้วก็ไขมันที่เกี่ยวกับการผลิตพลัคตันของเส้นเลือดแล้วก็กระบวนการอักเสบ ผลวิจัยกล่าวว่าฟลาโวนอยด์ส้มทั้งยัง 2 จำพวกแสดงผลลัพธ์ต่อต้านการเกิดพลัคโดยกระตุ้น perovisome proliferator-activated receptor (PPAR) และยีนอะดีโพเนกทินในเซลล์ไขมันอะดีโพไซต์
นอกจากนี้ สารทั้งสองยังมีฤทธิ์เอสโทรเจนอย่างอ่อน ส่งผลต่อการสร้างไนตริกออกไซด์ในเซลล์ผนังเส้นโลหิตผ่านการกระตุ้นรีเซปเตอร์ของเอสโทรเจน ก็เลยมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ส่งผลให้ช่วยเหลือการกินมะนาว และฟลาโวนอยด์ส้มเพื่อลดจำนวนคอเลสเตอรอลในเลือด คุ้มครองป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหญิงวัยทอง
งานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยหนึ่งพบว่า น้ำมะนาวเข้มข้น (concentrated lime juice, CLJ) มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์โมโนนิวเคลียร์ในระบบภูมิต้านทาน แล้วก็โปรตีนในน้ำมะนาวเข้มข้นมีฤทธิ์ต้านทานการแบ่งตัวของเซลล์ของมะเร็ง การศึกษาในห้องทดลองในมลรัฐเท็กซัสและก็แคลิฟอเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ส้มมีฤทธิ์ต่อต้านออกซิเดชั่นพอควร แต่ว่าต่ำลงมากยิ่งกว่าฟลาโวนอยด์ในพืชตระกูลขิง มีบทความด้านการแพทย์พูดว่า ฟลาโวนอยด์ส้มยั้งการเจริญก้าวหน้าของเซลล์ของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปอด ช่องปาก กระเพาะ และก็โรคมะเร็งเต้านมจากการทดลองในห้องปฏิบัติการและในสัตว์ทดสอบหลายแบบ แต่ยังไม่เจอผลวิจัยทางสถานพยาบาล
ส่วนฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของมะนาวที่เกี่ยวกับแก้เจ็บคอมีดังต่อไปนี้  ฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย มีการทำการศึกษาเรียนรู้ผลของน้ำมันหอมระเหยรวมทั้งสารสกัด พบว่า น้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ยั้งเชื้อ Bacillus cereus และก็ E. coli สารสกัด 80% เอทานอลจากเปลือกผิว มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus แล้วก็ Bacillus cereus สารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Bacillus subtilis, E. coli. Pseudomanas cichorii และก็ Salmonella typhimurium สารสกัดเอทานอลจากส่วนกิ่ง (branches) ความเข้มข้น 20 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus, Bacillus subtilis แล้วก็ Streptococcus faecalis
การเรียนทางพิษวิทยา การทดสอบความเป็นพิษ  เมื่อให้น้ำสกัดจากใบมะนาวทางปาก หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนูเม้าส์ ด้วยขนาด 10 กรัม/กก.น้ำหนักตัว (เท่ากันกับ 1,852 เท่าของขนาดที่ใช้ในคน) ไม่เจอความแปลกใดๆเมื่อป้อนสารสกัดรากมะนาวด้วยน้ำครั้งเดียวทางปาก ในขนาด 5 กรัม/โลน้ำหนักตัว ให้หนูแรทไม่พบว่าเป็นพิษทั้งยังแบบรุนแรงรวมทั้งครึ่งเรื้อรัง แม้กระนั้นพบว่าในหนูที่ได้รับสารสกัด 1.2 กรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/วัน  มีเอ็นไซม์ในตับเพิ่มขึ้นแต่ว่ายังอยู่ในช่วงปกติ และไม่พบความผิดแปลกของอวัยวะภายใน  ส่วนสารสกัดจากเปลือกผิวมะนาวส่งผลยับยั้งฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์  และก็การทดลองฤทธิ์เคืองโดยกรรมวิธีการ Patch test พบว่าสารสกัดจากมะนาวได้ผล positive
คำแนะนำ/ข้อควรไตร่ตรอง

  • การทาน้ำมันมะนาวลงบนผิวหนังโดยตรงอาจไม่ปลอดภัยในผู้ที่มีผิวหนังแพ้ง่าย ซึ่งสามารถนำมาซึ่งการทำให้ผิวหนังไวต่อแสงอาทิตย์อย่างมาก โดยเฉพาะคนที่มีผิวออกจะขาว ภายหลังการใช้น้ำมันมะนาวทาลงผิวหนังจำเป็นจะต้องทาโลชั่นที่เอาไว้สำหรับป้องกันแดดรวมทั้งสวมใส่เสื้อผ้ามิดชิดเพื่อป้องกันก่อนออกไปพบเจอกับแสงแดด
  • รสเปรี้ยวของมะนาวอาจจะเป็นผลให้กำเนิดท้องเดินหรือท้องร่วงได้แม้กินมากเกินไป
  • ภายหลังจากกินน้ำมะนาวแล้วไม่สมควรแปรงฟันโดยทันทีเพราะอาจจะก่อให้สารเคลือบฟันตามธรรมชาติหลุดได้
  • ถ้าเกิดดื่มหรือรับประทานมะนาวบ่อยๆและเป็นระยะเวลาที่ยาวนานต่อเนื่องกันอาจจะทำให้ฟันผุร่อนได้
  • ผู้ที่มีภาวการณ์โลหิตจางไม่ควรกินมะนาว เนื่องจากรสเปรี้ยวจะไปกัดฟอกเลือดนำไปสู่อันตรายได้
  • ยาบางประเภทที่จะถูกเปลี่ยนด้านในตับ โดยมะนาวอาจส่งให้ระยะเวลาสำหรับเพื่อการเปลี่ยนรูปของยาพวกนี้ต่ำลง การดื่มน้ำมะนาวขณะรับประทานยาบางประเภทที่เปลี่ยนรูปในตับจึงอาจส่งผลให้มีผลข้างเคียงมากเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole) ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) เฟกโซเฟนาดีน (Fexofenadine) ตรีอาโซแลม (Triazolam) โดยเหตุนี้ ก่อนกินมะนาวควรหารือหมอเกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2536. พจนานุกรมสมุนไพรไทย. กรุงเทพ ฯ : พิมพ์ครั้งที่ 2, สำนักพิมพ์สุริยบรรณ.
  • รวี เสรฐภักดี.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู:การสร้างสวนไม้ผลยุคใหม่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม
  • Sethpakdee, R. 1992. Citrus aurantifolia (Christm. & Panzer) Swingle . In: L.P.A. Oyen and Nguyen Xuan Dung (Editors): Plant Resourses of South-East Asia No 2. Edible fruits and nuts. Prosea Foundation, Bogor, Indonesia. pp. 126-128.
  • รศ.สุธาทิพ ภมรประวัติ.มะนาว ลดคลอเรสเตอรอลป้องกันโรคหลอดเลือด.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่354.คอลัมน์บทความพิเศษ.ตุลาคม.2551.
  • มะนาว.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีธิราภา แสนเสนา นพดล กิตติวราฤทธิ์ มาลิน จุลศิริ รุ่งระวี เติมศิริฤกษ์กุล. ฤทธิ์ต้านเชื้อและฤทธิ์ต้านการก่อกลายพันธุ์ของสารสกัดจากผิวผลพืชตระกูลส้ม. โครงการพิเศษ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2536.
  • มะนาว.สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/
  • อรรถศิษฐ์  วงศ์มณีโรจน์.2553.คู่มือประกอบการฝึกอบรมโครงการปลูกมะนาวและการผลิตมะนาวนอกฤดู ดินและปุ๋ยสำหรับการปลูกมะนาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน.นครปฐม.ไม้ผลเศรษฐกิจ.ฉบับที่102(251)/2552.วารสารเมืองไม้ผล.เทคนิคการปลูกมะนาวพันธุ์แป้นเกษตรดกพิเศษให้ออกในช่วงฤดูแล้ง.88-93 น.
  • Prabuseenivasan, S. et al. 2006. Invitro antibacterial activity of some plant essential oils. BMC Complement Altern Med 30(6):39
  • ประโยชน์ของมะนาวต่อการรักษาโรคได้ผลชัวร์หรือไม่.พบแพทย์ดอทคอม
  • อาจินต์ ปัญจพรรค์. ขุดทองในบ้าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์อนงค์ศิลป์การพิมพ์, 2524.
  • Ross SA, El-Kel