แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - siritidaphon

หน้า: [1] 2
1
เปิดประสบการณ์ใหม่ชวนไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันที่ ผับญี่ปุ่น ด้วยกันที่สุดยอดไนท์คลับที่ดีที่สุด ในญี่ปุ่น ! บอกเลยว่าทั้งมันส์ ทั้งตื้ด ถ้ามาแล้วรับรองว่าจะติดใจ เปลี่ยนความคิดซะใหม่ว่าญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่เรื่องอาหารและช้อปปิ้งเท่านั้น แต่ยังมีความมันส์ไม่แพ้ประเทศไหนเลยเชียวล่ะ

1. SOUND MUSEUM VISION : สัมผัสสุดยอดดนตรีอิเล็คทริคสุดมันส์
แนวเพลง : Techno, Electric, etc
ใช้เวลาในการเดินเพียงแค่ 5 นาทีจากสถานีรถไฟ Shibuya ก็จะมาถึงจุดหมายแห่งแสงสีและเสียงดนตรีที่มีชื่อว่า SOUND MUSEUM VISION แค่ชื่อก็เท่กินขาดแล้ว ส่วนเรื่องคอนเซ็ปต์นั้นบอกเลยว่าไม่แพ้กัน

SOUND MUSEUM VISION แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ชั้นใต้ดินส่วนหนึ่งของย่าน Shibuya ที่เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก การออกแบบสามารถสื่อสารออกมาได้หลากอารมณ์ตามความรู้สึกและแนวเพลงที่เล่นในวันนั้น ๆ

ที่สำคัญที่นี่ยังถือเป็นคลับที่มี Custom-made Sound Systems ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งระดับโลกอีกด้วย โดยทางคลับตั้งใจให้ที่นี่เป็นเหมือนพื้นที่อันว่างเปล่าของชั้นใต้ดินที่รอการแต่งเติมด้วยสีสันแห่งความสนุกสนานของเสียงดนตรีจากเหล่าดีเจและจิตวิญาณของผู้มาร่วมงานทุกคน

นอกจากความสนุกที่ได้รับแล้ว เรายังสามารถเสพงานศิลป์ที่ในบางครั้งจะถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่คลับแห่งนี้อีกด้วย นับเป็นสถานที่ที่รวมเอาวัฒนธรรมความสนุกของผู้คนและศิลปะเข้าด้วยกันไว้ได้เป็นอย่างดี

2.WOMB : รวมศิลปิน EDM ชื่อดังระดับโลก
แนวเพลง : Electronic
WOMB คือ ไนท์คลับที่เรียกได้ว่ามีชื่อ ในย่าน Shibuya เพราะเปิดมาตั้งแต่ปี 2000 ประกอบไปด้วยพื้นที่มากถึง 4 ชั้นให้เราได้เข้ามาร่วมสนุกสนานกับเสียงดนตรีในยามค่ำคืน

ที่ชั้น 1 นั้นนับได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักเสียงดนตรีอย่างแท้จริง เพราะอัดแน่นไปด้วยระบบเสียงดิจิตอลคุณภาพเยี่ยม พร้อมแสงสีสวยงาม และเลเซอร์ฉายแสงเพื่อสร้างบรรยากาศ ถูกใจเหล่าผีเสื้อราตรีเขาล่ะ

ความพิเศษคือที่นี่มักเชิญ DJ และศิลปินฝีมือดีจากทั่วโลกมาแสดงสด ๆ ที่คลับแห่งนี้เพื่อเป็นการนำเสนอสุดยอดของรูปแบบและแนวดนตรีล่าสุดที่ทันสมัยกว่าใครมาอัพเดทให้ชาวโตเกียวได้มันส์กัน

และแม้ว่าจะเชิญศิลปินจากต่างประเทศมาเล่นแต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับศิลปินหน้าใหม่จากญี่ปุ่น เพราะที่นี่เปิดพื้นที่ให้พวกเค้าได้มาแสดงฝีมือเพื่อพิสูจน์ตัวเองได้ที่นี่




เปิดประสบการณ์ความมันส์ที่ ผับญี่ปุ่น ดีที่สุดในโตเกียว ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

2
เที่ยวผับดูบอลในกรุง แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง พริบพราวดูเครียดจนลิปดาต้องบอกให้ปราณนต์พาพริบพราวกลับกรุงเทพฯ ไปก่อน ส่วนเขากับอวัศยาต้องอยู่สัมมนาต่อตอนเย็นถึงกลับ แต่เย็นวันนั้นดันเกิดพายุเข้าอย่างหนัก ลิปดากับอวัศยายังกลับกรุงเทพฯ ไม่ได้ อวัศยาพยายามหาคอมพิวเตอร์เพื่อส่งเมลบอกปราณนต์ว่าเช้าวันจันทร์เธออาจจะไปตามนัดไม่ทัน แต่ไฟดับทั้งโรงแรม อวัศยาร้อนรนจะกลับกรุงเทพฯ ให้ได้ ,เที่ยวผับชิวๆในกรุงแต่ลิปดาไม่ยอม เขาบังคับให้เธออยู่ที่นี่กับเขา อวัศยาตัดสินใจจะเปิดตัวว่าเป็นคุณแอบรัก ก่อนที่ตัวเองจะโดนเปิดโปงจากนายลิปดา เธอจะต้องไปตามนัดให้ได้ แต่เช้าวันนั้น พริบพราวที่คิดจะสวมรอยเป็น

ฟินกับเสียงเพลงในผับแถวดินแดง

เขากลัวน้ำทะเล ,เที่ยวผับดูบอลในกรุง พริบพราวกระตุ้นให้พนักงานทั้งบริษัทอยากรู้ว่าสาวปริศปราณนต์แชทด้วยคือใคร อวัศยาจึงเปลี่ยนไปคุยกับปราณนต์ด้วยอีเมลแทนโดยใช้ชื่ออีเมลว่า ” love in a mist” หรือ รักในสายหมอกแทน พริบพราววางแผนจะเปิดโปงเรื่องอวัศยาคือแอบรักร่วมกับรุจน์และแสนดี แต่อวัศยาแก้สถานการณ์ได้ทันเสียก่อน อวัศยาสั่งทำโทษรุจน์ ส่วนปราณนต์โดนทำโทษจากคุณแอบรัก เพราะคิดว่าเขาเป็นคนช่วยรุจน์สืบหาว่าเธอเป็นใคร ทั้งที่เคยสัญญากัน Savanvegas999,เที่ยวผับชิวๆในกรุง อวัศยาตั้งใจจะส่งจดหมายฉบับนี้ทิ้งท้ายให้ปราณนต์แล้วเธอจะไม่ตอบจดหมายเขาอีกหลายวัน แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะอวัศยาดันส่งอีเมลผิดไปให้ลิปดา อวัศยาแน่ใจว่าลิปดาได้อ่านจดหมายของเธอ แต่ลิปดาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และลิปดายังสั่งให้อวัศยากับปราณนต์และพริบพราวไปสัมมนาด้วยกันกับบริษัทอื่นที่พักริมทะเล อวัศยากับปราณนต์จะได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเฉพาะตอนอยู่ในห้องสัมมนา นอกนั้นจะมีพริบพราวติดสอยห้อยตามด้วยตลอด อวัศยาเผลอพูดเรื่องที่ปราณนต์กลัวน้ำทะเล 1S,เที่ยวผับชิวๆในกรุง ปราณนต์แปลกใจว่าอวัศยารู้ได้อย่างไร เพราะเขาไม่ได้บอกใครเรื่องนี้นอกจากคุณแอบรัก อวัศยาแถไปจนปราณนต์ไม่สงสัย ขณะเดียวกันนั้น พริบพราวเห็นปราณนต์คุยอยู่กับอวัศยา เธอทนไม่ได้จึงวางแผนแกล้งจมน้ำ ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่แผนดันสมจริงกว่าที่คิด พริบพราวถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดห่างออกไป



ดูโคโยตี้เต้นในผับเพลินๆ สถานที่เที่ยวของผู้หญิงในกรุง ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

3
HIFU (High Intensity Focus Ultrasound) Hifu ยกกระชับหน้า คือการนำคลื่นเสียงความถี่สูงที่สามารถปล่อยคลื่นเสียงออกโดยโฟกัสเป็นจุดๆ ตรงลึกถึงโครงสร้างเนื้อเยื่อชั้นใน ช่วยให้ผิวหนังกระชับ เต่งตึง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื่องจากคลื่นอัลตร้าซาวด์สามารถทะลุเข้าใต้ผิวหนังได้ลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งอยู่เหนือกล้ามเนื้อ เป็นชั้นเดียวกับที่ผ่าตัดดึงหน้า HIFU เป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับการยกกระชับผิวหนัง และให้ผลการรักษาที่ดี สำหรับการกระชับผิวหน้า, ลดริ้วรอยแห่งวัย และทำให้หน้าขาวกระจ่างใส

HIFU ปรับหน้าเรียว ยกกระชับหน้า
เพื่อการดึงหน้าและ ยกกระชับหน้า ช่วยทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงขึ้น
แก้ปัญหาหนังตาตก
ดึงกระชับขอบตาล่างที่หย่อนยาน
ปรับรูปหน้า ให้ใบหน้าเรียวขึ้น
ลดริ้วรอย
ระดับความลึกของพลังงานเครื่อง HIFU
HIFU ยกกระชับหน้า
ลักษณะเด่นของเครื่อง HIFU
ทำการรักษาอย่างตรงจุด ไม่ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณข้างเคียง
ไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อ
ไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อและไม่ทำให้เลือดออก
มีผลข้างเคียงต่ำและปลอดภัยต่อการรักษา
ไม่มี Down time

HIFU ยกกระชับหน้า

ใครบ้างที่ควรทำการรักษาด้วยเครื่อง HIFU
ผู้ที่รู้สึกว่าตนเองดูมีอายุ
ผู้ที่ต้องการ ปรับรูปหน้า หรือ ยกกระชับหน้า ยกกระชับผิวหน้า ให้เรียวเป็นรูปตัววี
ผู้ที่มีคาง 2 ชั้น
ผู้ที่มีริ้วรอยรอบดวงตา, ปาก และหน้าผาก
ผู้ที่มองหาวิธีการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด
ผู้ที่มีหนังตาหย่อน
ผู้ที่มีขอบตาคล้ำและถุงไขมันใต้ดวงตา
ขั้นตอนการทำการรักษา
HIFU ยกกระชับหน้า
ขั้นตอนการรักษาด้วยเครื่อง HIFU

Q: การรักษาด้วยเครื่อง HIFU เจ็บหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับบริเวณของใบหน้าที่ทำการรักษา และขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละคน คุณจะรู้สึกอุ่นๆและเจ็บเล็กน้อย แต่จะรู้สึกเจ็บมากขึ้นที่ส่วนของใบหน้าซึ่งมีกระดูก

Q: HIFU ใช้เวลาในการรักษาต่อครั้งนานเท่าไหร่?
ใช้เวลาในการรักษาทั่วหน้า 30-45 นาที

Q: สามารถเช็คผลลัพธ์ของการรักษาได้เมื่อไหร่?
โดยปกติสามารถเช็คผลลัพธ์ได้หลังจากที่ทำการรักษา 2-3 สัปดาห์ ซึ่งจะเห็นความแตกต่าง แต่จะเห็นผลลัพธ์ดีที่สุดหลังจากรักษาแล้ว 1-2 เดือน

Q: ต้องทำการรักษากี่ครั้งจึงจะได้ผล?
คุณสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ดีตั้งแต่ทำการรักษาเพียงครั้งแรก แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่ดียิ่งๆขึ้นไปเราแนะนำให้ทำการรักษามากกว่า 1 ครั้ง

Q: หลังจากทำการรักษาต้องดูแลผิวอย่างไรบ้าง?
ทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกนอกบ้านและทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อบำรุงผิว



ระดับความลึกของพลังงานเครื่อง HIFU ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/hifuวุฒิศักดิ์/

4
สำหรับเมนูข้าวผัดอุ่นไอรัก อุดมไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายของลูกต้องการ ที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านการเรียนรู้และความจำในเด็ก อาทิ โปรตีนคุณภาพดี จากเนื้อแดงไม่ติดมัน และไข่ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ป้องกันโรค ทำให้ร่างกายแข็งแรง เด็กๆ ควรกินไข่เป็นประจำวันละ 1 ฟอง เนื่องจากโปรตีนจากไข่เป็นโปรตีนคุณภาพดี ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ บำรุงสมอง เพิ่มประสิทธิภาพความทรงจำ

คาร์โบไฮเดรต จะได้รับจากข้าว ซึ่งให้พลังงานหลักกับร่างกาย ถ้าเป็นข้าวที่ไม่ขัดสีจะช่วยให้อิ่มนานมากขึ้น ทำให้มีเรี่ยวแรงทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ไม่เหนื่อยเร็ว และพ่อแม่ไม่ควรให้ลูกกินแต่กับโดยไม่มีข้าว เพราะข้าวเมื่อย่อยสลายแล้วจะได้น้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นอาหารที่จำเป็นสำหรับสมอง ช่วยให้ลูกมีสมาธิดี

ไขมัน ได้จากน้ำมันพืช และเนยสด ช่วยให้ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน เด็กต้องการไขมันในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในน้ำมัน เช่น วิตามิน เอ อี ดี และเค ซึ่งไขมันหรือน้ำมันดีๆ ที่ใช้ในการปรุงอาหารจะช่วยให้สมองทำงานได้ดีจากกรดไขมันไม่อิ่มตัว ที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ และยังทำให้อาหารมีกลิ่นหอมสร้างแรงจูงใจในการรับประทานอาหารให้กับลูกน้อย

เบต้าแคโรทีน มีมากในผักผลไม้ที่มีสีเหลือง ส้ม และสีเขียวเข้มๆ จากแครอต ถั่วลันเตา ข้าวโพด ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ เพิ่มประสิทธิภาพของการมองเห็นในที่มืด และยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายเซลล์ดีของร่างกาย เส้นใยอาหาร จากผัก ทำให้ขับถ่ายได้ดี การผสมผักที่มีรสหวานอ่อนๆ ในทุกมื้ออาหารจะช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับกลิ่นรสของผัก

ธาตุเหล็ก จากเนื้อแดง ไข่แดง เมล็ดถั่วลันเตา ทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงให้มีความสมบูรณ์ และนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง วิตามินบี 12 ได้รับจากไข่ และเนื้อแดง ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม ความจำเสื่อม และช่วยให้การทำงานของสมองและประสาทเป็นปกติ เซลล์สมองได้เลือดหล่อเลี้ยงได้รับสารอาหารและออกซิเจนอย่างเพียงพอวิตามินอี จากน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนต์ ป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง ช่วยปกป้องระบบประสาทให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสมวัย ไอโอดีน จากซอสปรุงรสต่างๆ มีความสำคัญต่อพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาทและความจำของลูก การขาดไอโอดีนเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมและสติปัญญาด้วย แต่ก็มีข้อที่ต้องระมัดระวังคือไม่ควรปรุงอาหารด้วยรสเค็มจัด เพราะจะทำให้ระบบการทำงานสมอง หัวใจ และไตลดประสิทธิภาพ และจะทำให้เด็กติดรสเค็มในที่สุด

เชฟโต้งนคร แซ่สี หัวหน้าโครงการอบรมอาหารไทย โรงเรียนการอาหารนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) เผยว่า เคล็ดลับในการทำอาหารสำหรับเด็กๆ อย่างแรกคือหน้าตาของอาหารต้องมาเป็นสำคัญ หากหน้าตาอาหารมีสีสันสวยงาม จัดจานได้น่ารัก ก็จะดึงดูดให้เด็กอยากรับประทานมากขึ้น อย่างที่สองก็คือรสชาติ ต้องมีรสชาติที่อร่อย ไม่ปรุงรสจัดเกินไป ควรเป็นรสที่อ่อนที่ไม่จืด แต่ประกอบไปด้วยรสเค็ม หวาน มีความกลางๆ และอย่างที่สามคือความสดใหม่ สะอาดและสีสันของวัตถุดิบ ก็มีส่วนช่วยให้เด็กเจริญอาหารและมีคุณค่าทางโภชนาการ และใน 1 จานอาหารควรประกอบไปด้วยผักที่มีสีอย่างน้อย 3 สี จะทำให้อาหารมื้อนั้นมีสารอาหารครบถ้วน

“การที่พ่อแม่ให้เด็กมีส่วนร่วมในการปรุงอาหารถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะในเด็กที่มีอาการเบื่ออาหาร หรือทานอาหารยาก เลือกในการทาน การที่เด็กได้ร่วมทำอาหารจะเป็นหนึ่งในวิธีการให้เด็กสนใจและอยากทานอาหารที่ปรุงด้วยตัวเอง” เชฟโต้ง กล่าว.

เมนูอาหาร ข้าวผัดอุ่นไอรัก

ส่วนผสม ข้าวผัด ข้าวสวย 400 กรัม กระเทียมสับและหอมใหญ่อย่างละ 20 กรัม ถั่วลันเตา ข้าวโพด แครอต อย่างละ 30 กรัม น้ำมันพืช 20 กรัม เนยสด 10 กรัม โชยุ 15 กรัม น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนชา พริกไทยป่น ผ ช้อนชา ต้นหอมสำหรับแต่งหน้า ไข่เจียวสำหรับตกแต่ง ส่วนผสมหมูซีอิ๊ว สันคอหมู 200 กรัม กระเทียมจีนผ่าครึ่ง ขิงแก่หั่นแว่น อย่างละ 6 กรัม ซีอิ๊วดำ 6 กรัม โชยุ 30 กรัม ซอสหอยนางรม 20 กรัม น้ำตาลทราย/น้ำตาลปีบ 20 กรัม พริกไทยป่น 20 กรัม ซอสปรุงรส ฝ ช้อนชา อบเชยโป๊ยกั๊ก 4 กรัม (นำส่วนผสมทั้งหมดหมักกับเนื้อหมูแล้วผัดให้สุก ไว้ใช้สำหรับเป็นเครื่องเคียง)

ขั้นตอนการทำ

1.เริ่มต้นด้วยการตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไปพอเริ่มร้อนใส่กระเทียมและหอมใหญ่สับลงไปเจียวให้เหลือง

2.จากนั้นจึงใส่ข้าวสวยลงผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน จึงใส่แครอต ถั่วลันเตา และข้าวโพดลงไปผัด ปรุงด้วยซอสปรุงรสและซีอิ๊วขาว ผัดให้เครื่องปรุงเข้ากัน

3.ตักใส่จาน จัดเรียงแล้วตกแต่งให้สวยงาม โดยใช้ไข่เจียว ผักต่างๆ หมูซีอิ๋ว ไว้ข้างๆ จาน เสิร์ฟได้ทันที


เมนูกรุ่นไอรัก ทำอาหาร บำรุงสมองเพื่อเจ้าตัวน้อย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ทำอาหาร/

5
ปัญหาของการออกแบบ บ้านชั้นเดียว คือ การจัดแบ่งพื้นที่แต่ละโซนให้เป็นระเบียบชัดเจน รวมถึงการตกแต่งบ้านที่มีพื้นที่จำกัดให้ดูสวยงาม และน่าอยู่ Gurubaan ได้รวมไอเดียการออกแบบที่เหมาะสมมาไว้ให้กับคุณแล้วค่ะ

อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่า กว่าจะหาเงินซื้อบ้านได้สักหลัง ต้องประหยัดอดออมกันอยู่หลายปี แต่เมื่อเงินพร้อมแล้วก็ยังมิวายต้องประสบปัญหาเรื่องการออกแบบบ้าน ยิ่งเป็น บ้านชั้นเดียว ด้วยแล้ว ห้องทุกห้องต้องรวมตัวกันอยู่ในพื้นที่ใกล้ๆ กันหมด คิดแล้วกลุ้มใช่ไหมคะ… ไม่ต้องกลุ้มอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะเราได้รวบรวมไอเดียการออกแบบ บ้านชั้นเดียว เอาไว้ให้คุณแล้ว ซึ่งจะช่วยให้คุณตกแต่งบ้านได้น่าอยู่ สวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยค่ะ

1.จัดโซนบ้านให้เป็นสัดส่วน

สำหรับบ้านชั้นเดียวจำเป็นอย่างมากที่จะต้องแบ่งโซนห้องให้ชัดเจน เพราะทุกห้อง ทุกโซนจะอยู่ชั้นเดียวกัน หากจัดวางไม่ลงตัวอาจส่งผลเสียต่อบรรยากาศภายในบ้านได้ เช่น หากจัดครัวไว้ใกล้กับห้องนั่งเล่น จะทำให้มีกลิ่นอาหารลอยฟุ้งทั่วบริเวณบ้าน เราจึงควรวางแผนผังของตำแหน่งห้องเพื่อความเหมาะสม และให้เกิดประโยชน์ในใช้งานสูงสุด สำหรับตำแหน่งห้องที่เหมาะสม ควรจัดวางตามลำดับ ดังนี้

ห้องรับแขก ควรอยู่ด้านหน้าสุดของตัวบ้านเพื่อใช้ต้อนรับแขกที่เยี่ยมเยียน
ห้องน้ำ ควรอยู่ใกล้กับห้องรับแขก เพื่อให้แขกได้ใช้งานสะดวก ไม่ต้องเดินอ้อมไปเจอห้องอื่นๆ ที่คุณไม่อยากให้ใครเห็น
ห้องนอน ควรอยู่บริเวณด้านหลังของตัวบ้าน เพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากหน้าบ้านในขณะนอนหลับ
ห้องครัว ควรอยู่บริเวณท้ายสุดของบ้าน เพื่อป้องกันกลิ่นและควันจากการทำอาหาร ที่สำคัญคุณไม่ควรสร้างห้องครัวติดกับห้องนอน เพราะกลิ่นและควันอาหารจะทำให้ห้องของคุณเหม็นอับ รบกวนการพักผ่อนของคุณค่ะ

2.ทางเข้าออกไปยังจุดต่างๆ

จุดนี้ถือเป็นจุดที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้จุดอื่นเลยนะคะ ต้องเริ่มวางแผนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบบ้าน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเดินไปยังบริเวณต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นทางเดินภายในบ้าน หรือนอกบ้านก็ดี เช่น จากห้องนอนไปห้องน้ำ-ห้องครัว จุดซักล้างไปจุดตากผ้า แม้กระทั่งจากประตูบ้านไปยังประตูรั้ว ซึ่งระหว่างทางเดินต้องไม่สลับซับซ้อน ไม่มีสิ่งกีดขวาง หรือซิกแซกเลี้ยวโค้งมากจนเกินไป เพราะจะทำให้บ้านดูไม่เป็นระเบียบ

3.ตกแต่งผนังห้อง

สำหรับการตกแต่งผนังห้อง ไม่ควรกั้นห้องให้ทึบ หรือกั้นกำแพงถาวรไปซะทุกห้องนะคะ เพราะจะทำให้อึดอัด และยังเปลืองงบประมาณอีกด้วย ยิ่งคุณกั้นห้องเยอะ คุณก็จะยิ่งรู้สึกอึดอัดมากขึ้น ทั้งเสียค่าทำห้อง ทำประตู และติดวอลเปเปอร์เกินความจำเป็น สาเหตุที่เราแนะนำแบบนี้ก็เพราะห้องบางห้องสามารถใช้ร่วมกันได้ เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก หรือห้องรับประทานอาหาร จัดให้อยู่ในโซนเดียวกัน จะช่วยทำให้บ้านดูโล่ง สามารถมองเห็นวิวภายนอก รับแสงแดดได้ดี และควรตกแต่งผนังห้องด้วยการเลือกใช้วัสดุ หรือการทาสีที่ต่างจากห้องอื่น เพื่อให้ห้องดูโดดเด่นขึ้น หรือเลือกใช้ผ้าม่าน กระจกเงา หรือกระถางต้นไม้ เข้ามาช่วยเสริมความพิเศษให้ห้องดูมีลูกเล่นได้อีกทางค่ะ

4.พื้นบ้าน

วัสดุของพื้นบ้านแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป เช่น พื้นไม้ปาร์เก้ ข้อดีคือ ไม้จะไม่ดูดซับความเย็น เวลาเดินจะไม่รู้สึกเย็นเท้า ข้อเสียคือ เวลาโดนน้ำจะทำให้พื้นบ้านร่อนและซีดง่าย จึงเหมาะสำหรับปูในห้องนอนที่สุด พื้นกระเบื้อง ข้อดีคือ มีความแข็งแรง ทนทาน กันน้ำได้ดี ทำความสะอาดง่าย มีให้เลือกหลายสีหลายแบบ แต่ข้อเสียคือ ถ้าอยากเปลี่ยนใหม่ต้องรื้อทำใหม่หมด หรือหากกระเบื้องแตกอาจหาลายเดิมไม่ได้

สำหรับการตกแต่งพื้นบ้าน เราสามารถเลือกโดยใช้สี หรือวัสดุเป็นตัวกำหนด แบ่งโซน หรือสัดส่วนที่ให้ชัดเจน เช่น การแบ่งเส้น หรือตีกรอบลวดลายที่แตกต่าง เพื่อแสดงอาณาเขตการใช้สอยพื้นที่แต่ละส่วนออกจากกัน หากบ้านของคุณมีพื้นที่ขนาดเล็กมาก ก็ไม่ควรมีลวดลายสีสันต่างกัน เพราะจะทำให้รู้สึกขัดตาได้ ควรใช้สีที่อยู่ในโทนเดียวกัน หรือปูพรมเพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับห้องแทนค่ะ





รวมไอเดียออกแบบ บ้านชั้นเดียว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้านชั้นเดียว/

6
ในบทความนี้เราจะพูดถึงการเลือกซื้อ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อีกหนึ่งตัว เรียกได้ว่ามีความสำคัญกับคนทำงานเอกสาร นามบัตร กราฟิก เป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก เครื่อง Printer นั่นเองค่ะ

เมื่อก่อนเวลาเราจะพิมพ์งาน หรือเอกสารอะไรก็ตาม เราจะต้องใช้บริการร้านอินเทอร์เน็ต หรือร้านรับพิมพ์งานต่างๆ อยู่เสมอ แต่สมัยนี้ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อย่างเครื่อง Printer และตัวหมึกมีราคาถูกลงมาก ทำให้สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะซื้อใช้ส่วนตัวที่บ้าน หรือใช้ภายในสำนักงาน องค์กร บริษัท ซึ่งจำเป็นต้องมีไว้สำหรับพิมพ์เอกสารต่างๆ แต่เนื่องด้วยเครื่องพิมพ์นี้มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไป วันนี้ Potatotechs จะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อเครื่อง Printer แต่ละประเภท เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดค่ะ

ลักษณะของเครื่อง Printer

หลักๆ แล้วเครื่อง Printer จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท และเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ ลองมาดูลักษณะของเครื่องพิมพ์แต่ละแบบกันก่อนค่ะ

1.เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท

เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป เช่น นักศึกษา นักเรียน คนทำงานเอกสาร พิมพ์นามบัตร เป็นต้น เน้นการพิมพ์ไม่เยอะ แต่สีสันสดใสชัดเจน มีแม่พิมพ์หลัก 4 สี ข้อดีของเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท คือ ราคาไม่แพง สามารถซื้อไว้ใช้งานในบ้านได้ เวลาพิมพ์ออกมาจะมีความเป็นธรรมชาติ ภาพคมชัด สีสันชัดเจนสวยงาม แต่ราคาของหมึกพิมพ์จะค่อนข้างแพง ใช้เวลาพิมพ์แต่ละแผ่นช้ากว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ถ้าไม่ได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ อาจทำให้เกิดอาการหมึกตัน ต้องมีการซ่อมบำรุงอยู่บ่อยๆ ค่ะ

สรุปข้อดี-ข้อเสียเครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท

ข้อดี   ข้อเสีย
ราคาไม่แพง   ใช้เวลาพิมพ์แต่ละแผ่นช้า และมีเสียงดัง
ได้ภาพสีที่คมชัด และสวยงาม   มีปัญหาเรื่องหมึกตัน หากไม่ได้ใช้งานประจำ
งานพิมพ์มีความเป็นธรรมชาติ   ราคาหมึกพิมพ์แพง
บำรุงรักษายากกว่า และอายุการใช้งานสั้น

2.เครื่องพิมพ์เลเซอร์

ได้รับความนิยมสูงกว่าอิงค์เจ็ท เหมาะสำหรับสถานที่ที่ต้องพิมพ์งาน หรือเอกสารจำนวนมาก เช่น องค์กร สำนักงาน บริษัท ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สถานพยาบาล หน่วยงานราชการ เอกสารที่พิมพ์จากเครื่องพิมพ์เลเซอร์นั้นจะมีความคมชัดมาก แม้จะเทียบกับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทรุ่นที่ดีที่สุดแล้วก็ตาม แต่เรายังสามารถเห็นภาพ หรือตัวอักษรเป็นริ้วๆ เนื่องจากใช้หมึกน้ำในการพิมพ์

แต่เครื่องพิมพ์เลเซอร์จะใช้หมึกผงในการพิมพ์ ทำให้ละลายติดไปกับกระดาษโดยตรง จึงทำให้ได้ภาพ และตัวอักษรที่มีความคมชัดมาก อีกทั้งปัจจุบันเครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็มีราคาถูกลง การซ่อมบำรุง หรือเติมผงหมึกก็สามารถทำได้ง่าย ทำให้คนนิยมซื้อมาไว้ติดบ้านเพื่อใช้งานมากขึ้น

สรุปข้อดี-ข้อเสียเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์

ข้อดี   ข้อเสีย
มีความรวดเร็วในการพิมพ์ต่อแผ่นสูง   ไม่สามารถพิมพ์ภาพสีได้ ยกเว้นเป็นแบบเครื่องพิมพ์เลเซอร์ปริ๊นสี
ได้งานพิมพ์ที่คมชัดมากโดยเฉพาะสีขาวดำ   ราคาแพงกว่าแบบอิงค์เจ็ท
ไม่มีเสียงดังขณะพิมพ์
ราคาต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นถูก
สามารถเติมผงหมึกได้เอง ราคาหมึกไม่แพง

การเลือกซื้อเครื่อง Printer

การเลือกซื้อ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อย่างเครื่อง Printer ที่เหมาะสมกับตัวคุณนั้น หลักๆ ก็ต้องดูความจำเป็นในการใช้งานของคุณ ว่าพิมพ์เอกสารมากน้อยแค่ไหน พิมพ์ภาพสี หรือขาวดำมากกว่ากัน ฯลฯ หากใครยังเลือกไม่ถูก ลองมาดูปัจจัยที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อเครื่อง Printer ได้ง่ายขึ้นกันค่ะ

1.ความรวดเร็วในการพิมพ์

ก่อนซื้อ Printer สักเครื่อง ควรคำนึงถึงความเร็วในการพิมพ์เอกสารแต่ละแผ่นด้วย หากต้องการซื้อสำหรับใช้ส่วนตัวที่บ้าน ไม่ได้ใช้พิมพ์งานอะไรมากมาย ก็ไม่ต้องกังวลเท่าไรค่ะ แต่ถ้าซื้อเพื่อใช้ในสำนักงาน บริษัท หรือองค์กรต่างๆ ควรคำนึงถึงความเร็วในการพิมพ์เป็นหลักสำคัญ เพราะเครื่อง Printer แต่ละรุ่น แต่ละแบบ มีความเร็วที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อต้องการพิมพ์เอกสารที่เป็นรูปภาพ หรือเอกสารที่มีความละเอียดสูง ก่อนซื้อต้องอ่านรายละเอียด และคุณสมบัติของเครื่องพิมพ์รุ่นดังกล่าวด้วย ว่ามีคุณสมบัติตรงตามการใช้งานหรือไม่ สามารถดูได้จาก PPM (Pages Per Minute) หมายถึง ตัวเลขยิ่งมากเท่าไร ความเร็วในการพิมพ์เอกสารต่อนาทีก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปด้วย แต่เลข PPM ในที่นี้เป็นค่าสถิติเฉลี่ยสำหรับเอกสารทั่วไปเท่านั้นนะคะ หากว่าเป็นการพิมพ์เอกสารที่เป็นรูปภาพ หรือเอกสารที่มีความละเอียดสูง ก็จะใช้เวลามากกว่าค่าเฉลี่ยในการพิมพ์ค่อนข้างเยอะค่ะ



แนวทางการเลือกซื้อ Printer อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/อุปกรณ์คอมพิวเตอร์/

7
เป็นเรื่องธรรมชาติของน้องแมว เมื่อถึงช่วงเวลาผสมพันธุ์ หรือช่วงติดสัตว์ เราก็ต้องหาคู่ให้มันฟีเจอริ่ง จากนั้นค่อยมาลุ้นกันต่อว่าน้องแมวท้องหรือไม่ท้อง ซึ่งเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะคะว่าแมวกำลังตั้งท้อง วิธีสังเกตก็ง่ายนิดเดียวค่ะ

1.หัวนมขยายใหญ่ หลังจากเจ้าแมวฟีเจอริ่งกันเรียบร้อยแล้ว นับไป 15-18 วัน ถ้าหัวนมแมวขยายตัวและเปลี่ยนเป็นสีชมพู หรือแดง มีของเหลวคล้ายน้ำนมไหลออกมาจากหัวนม แต่ก็ยังฟันธงไม่ได้หรอกค่ะว่ามันตั้งท้อง อาจเป็นเพียงสัญญาณการเข้าสู่ภาวะติดสัตว์ก็ได้

2.หลังโก่งโค้ง แมวที่กำลังตั้งท้องมักจะเดินหลังโก่ง ให้สังเกตตรงช่วงท้อง ถ้ามีลักษณะกลมและใหญ่ขึ้น นั่นหมายถึงแมวท้องแล้วค่ะ

3.กินเก่ง เมื่อแมวกินเก่งขึ้น เดาเลยค่ะว่าแมวกำลังตั้งท้อง แต่ไม่ควรดีใจเกินเหตุด้วยการขยันเอาอาหารให้มันกิน เพราะถ้าบำรุงมากไปอาจทำให้เจ้าตัวน้อยในท้องโตเร็วและคลอดลำบาก อันตรายนะคะ

4.นอนเยอะ ปกติแมวเป็นสัตว์ที่นอนเยอะอยู่แล้ว พอท้องปุ๊บ มันยิ่งจะนอนเยอะกว่าเดิม ไม่ค่อยออกไปวิ่งเล่น วันๆ เอาแต่กิน นอน จนบางครั้งเราคิดไปเองว่ามันขี้เกียจ แต่ทั้งที่จริงมันท้องแล้วจ้า

5.หวงตัว อาการนี้เป็นเฉพาะบางตัวเท่านั้น เพราะเแมวบางตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังท้องอยู่ หรืออาจจะไม่สนใจ การที่มันไม่ให้จับตัว คงเป็นเพราะสัญชาตญาณการปกป้องลูกน้อยของมันก็ได้ค่ะ

6.ท้องโต ลองสังเกตว่าท้องโตกว่าเมื่อก่อนหรือไม่ แต่อย่าไปบีบแรงนะคะ แค่ลูบเบาๆ ก็พอ อาการท้องโตนี้อาจเป็นเพราะเจ้าแมวท้องผูก หรือกินเยอะเกินไป เพื่อความมั่นใจควรพาไปพบคุณหมอจะดีที่สุด

7.สร้างรัง ก่อนที่เจ้าแมวจะคลอดลูก มันจะเริ่มแสดงพฤติกรรมการสร้างรัง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับลูกที่กำลังจะออกมาลืมตาดูโลกด้วยการหามุมเงียบสงบ เช่น เข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้า ทางที่ดีควรหาผ้าห่ม หรือผ้าเช็ดตัว มาทำเป็นที่นอนรองให้มัน ถ้าแมวมีพฤติกรรมแบบนี้ ให้รีบพาไปพบคุณหมอโดยเร็ว

อาการข้างต้นเหล่านี้เป็นเพียงแค่การสังเกตเบื้องต้นเท่านั้น ผู้เลี้ยงควรศึกษาพฤติกรรมของเจ้าเหมียวอย่างละเอียด เพราะแมวแต่ละตัวมีนิสัยไม่เหมือนกัน ชัวร์ที่สุดคือพาไปพบคุณหมอเพื่อตรวจดูว่าท้องหรือไม่ หลังจากนั้นคุณจะได้รับคำแนะนำการดูแลแม่แมวได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัยค่ะ




7 สัญญาณ เจ้าเหมียวกำลังท้อง และการดูแลเรื่อง อาหารแมว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/อาหารแมว/

8
ร้านอาหารหรือสถานบันเทิงต่าง ๆ บริเวณนั้น ต่างก็งัดไอเดียครีเอทรูปแบบการตกแต่งได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้บรรยากาศมันช่างน่านั่งดริ้งค์เพลิน ๆ พูดคุยมันส์ ๆ ซะเหลือเกิน เอ้า! แล้วจะรอช้าอยู่ทำไมล่ะ ตามเราไปสำรวจร้านเหล้าย่านเกษตร-นวมินทร์กันดีกว่า

Honeymoon Pub & Restaurant

ถ้าเอ่ยถึงร้านเหล้าย่านเกษตร-นวมินทร์ ชื่อของ Honeymoon คงอยู่ในอันดับต้น ๆ ของตัวเลือกแน่นอน เพราะบรรยากาศร้านก็แสนสบาย ๆ เหมาะสำหรับเป็นแหล่งแฮงเอาท์กับเพื่อนฝูง จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เคล้าดนตรีเล่นสดเพราะ ๆ แถมยังตกแต่งร้านได้อย่างเก๋ไก๋ ออกแนว Retro นิด ๆ อีกทั้งยังมีโซนให้เลือกนั่งหลากหลาย ทั้งโซนทานอาหาร, โซนโอเพ่นแอร์, โซนด้านในร้าน และโซนชั้นสองสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว รวมถึงไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถ เพราะกว้างขวางและเดินทางสะดวกสบาย ส่วนเมนูอาหารรสแซ่บที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ยำฮันนีมูน, ข้าวผัดฮันนีมูน, ต้มยำทะเลเดือด, ปลาช่อนฮันนีมูน และหมูทอดฮันนีมูน

Snop Pub & Restaurant

เหล่าผีเสื้อราตรีที่ชอบขยับแข้งขยับขาในบรรยากาศสนุก ๆ คงไม่พลาดไปลั้ลลา Snop Pub & Restaurant สาขาเกษตร-นวมินทร์ แหล่งพักผ่อนในบรรยากาศสวยหรู กว้างขวาง และโด่ดเด่นมีสไตล์ อีกทั้งยังตกแต่งด้วยโทนสีสดใสสไตล์คนขี้เล่น และเต็มไปด้วยของเล่น ตัวการ์ตูน และของสะสมต่าง ๆ ที่ถูกนำมาตกแต่งได้อย่างสวยงามลงตัว พร้อมมุมโซฟานั่งเล่นสบาย ๆ กับเบาะนุ่ม ๆ หรือจะนั่งเพลิน ๆ ริมสระน้ำเก๋ ๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน ซึ่งช่วงหัวค่ำจะเป็นเพลงฟังสบาย ๆ แต่พอเริ่มดึกดนตรีก็จะมันส์หยดขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนเมนูอาหารรสเยี่ยมที่ไม่ควรพลาด เช่น ปลากระพงสองหน้า, หมึกไข่นึ่งมะนาว และผัดชาวเกาะ

Camp Havana Pub & Restaurant

ใครเป็นขาเที่ยวย่านเกษตร-นวมินทร์ และชื่นชอบดนตรีแจ๊สในบรรยากาศสบาย ๆ สไตล์บ้านและสวน คงจะคุ้นเคยกันดีกับ Camp Havana Pub & Restaurant ด้วยความโดดเด่นของร้านอาหารกึ่งผับที่ตั้งอยู่ในบรรยากาศของสวนสวย ร่มรื่น พร้อมดนตรีฟังสบายที่เป็นเอกลักษณ์ โดยถูกออกแบบเป็น 2 ชั้น ประกอบด้วยหลายโซน หลายมุม ให้เลือกตามความชอบ ทั้งโอเพ่นแอร์เย็นฉ่ำด้วยบ่อน้ำพุ, ในห้องแอร์บรรยากาศสบาย ๆ หรือจะเลือกนั่งที่ระเบียงชั้นบนรับลมเย็น ๆ ส่วนเมนูอาหารรสเยี่ยม เช่น กระพง Alter Native, พล่ากุ้ง ชะอมทอด, Sea Food Havana, ไก่ Volcano และยำบุษยา




ยามค่ำคืนกับร้านนั่งชิล โคโยตี้ แถวเกษตร-นวมินทร์ ! ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

9
ส่วนในแม่น้ำลำคลอง น้ำเน่าเกิดจากการที่มีอินทรียสารอยู่มากจนเกินไป

อินทรียสารเหล่านี้ถือเป็นอาหารชั้นเลิศของจุลินทรีย์ที่อยู่ในน้ำ โดยในระหว่างที่พวกมันย่อยสลายอินทรียสาร ก็จะมีการใช้ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำควบคู่ไปด้วย สุดท้ายเมื่อออกซิเจนมีไม่เพียงพอ สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ด้วย ก็จะพากันตายกลายเป็นอินทรียสารเพิ่มพูนให้กับแหล่งน้ำ

ถึงแม้ออกซิเจนจะถูกใช้ไปแทบเกลี้ยง แต่ในธรรมชาติจะมีจุลินทรีย์อีกจำพวกหนึ่งที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน หรือกล่าวอีกทางหนึ่งคือ จุลินทรีย์กลุ่มนี้สามารถย่อยสลายอินทรียสารโดยไม่ต้องใช้ออกซิเจน และทำให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า ซึ่งมีกลิ่นเหม็น แล้วเมื่อสารชนิดนี้ไปทำปฏิกิริยากับโลหะที่มีอยู่ในแหล่งน้ำ ก็จะเกิดเป็นตะกอนสีดำ กลายเป็นสภาวะน้ำเน่าเสีย

ดังนั้นเวลาที่เราล่องเรือหรือเดินเลาะเลียบริมคลองที่เน่าเสีย จึงได้กลิ่นเหม็นและเห็นเป็นสีดำนั่นเอง ซึ่งกลิ่นเหม็นโชยมาที่ว่านี้ ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญ เพราะหากมีปริมาณที่เข้มข้นมาก หรือจำต้องสูดดมเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องยาวนาน ก็สามารถมีผลกระทบต่อสุขภาพได้

1.สาเหตุของน้ำเสีย

1. น้ำเสียจากบ้าน ร้านค้าและอาคารที่ทำเกิดจากกิจกรรมประจำวันของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเช่น การซักผ้า อาบน้ำ ล้างถ้วยชาม และ เศษอาหารจากห้องครัว ซึ่งน้ำทิ้ง
2. น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม
1.การล้างวัตถุดิบ
2.น้ำทิ้งจากกระบวนการผลิต
3.การทำความสะอาดโรงงาน
4.ระบบหล่อเย็น
5.อาคารที่อยู่อาศัย ร้านค้า โรงอาหาร
6.น้ำเสียที่ยังไม่ได้รับการบำบัด
7.น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วแต่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
3. ปุ๋ยที่ใช้ในการเกษตร น้ำทิ้งจากการ

1 เพาะปลูก
องค์ประกอบของน้ำเสียจากการเพาะปลูก
1.1ปุ๋ย
1.2ยาฆ่าแมลง
1.3ยากำจัดศัตรูพืช
2น้ำทิ้งจากปศุสัตว์
2.1น้ำทิ้งจากฟาร์มสุกร
1.น้ำทิ้งมีมูลสัตว์
2.เศษอาหาร
3.เจือปน
4.น้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
2.2น้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

องค์ประกอบของน้ำทิ้ง
1.สารแขวนลอย
2.สารอินทรีย์
3.สารอนินทรีย์

4. ผิวดินที่พังทลาย ในพื้นที่รับน้ำบางแห่ง เช่น อ่างเก็บน้ำที่เสื่อมสภาพและมีการพังทลายของหน้าดิน จะทำให้น้ำมีความขุ่นสูง เกิดสี กลิ่น และรสได้

5. การเลี้ยงปศุสัตว์ ถ้าสัตว์เลี้ยงกินหญ้าที่คลุมหน้าดินมากเกินไปจะทำให้หน้าดินถูกน้ำกัดเซาะเมื่อฝนตกและเมื่อไหลลงไปในแหล่งรับน้ำก็จะเกิดปัญหาเช่นเดียวกับในข้อ 4 นอกจากนี้มูลสัตว์ก็จะไหลบงไปในลำน้ำทำให้มีสารอินทรีย์ ไนโตรเจน และฟอสฟอรัสสูง เกิดปัญหาเช่นเดียวกับข้อ1 และ 3

6. ยาฆ่าแมลงและยากำจัดวัชพืช ส่วนมากเป็นสารเคมีที่บางครั้งก็เป็นสารมีพิษ เมื่อถูกชะล้างลงไปในน้ำ ก็จะเป็นพิษแก่พืชและสัตว์ที่อยู่ในแหล่งน้ำ หากเรานำน้ำไปใช้ก็จะได้รับอันตรายจากสารพิษนั้นด้วย

7. ไฟป่า ถ้าเกิดไฟป่าในบริเวณพื้นที่ที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดน้ำจะทำให้มีขยะ เถ้าถ่าน ตะกอนทราย รวมทั้งสารมลพิษต่างๆ ไหลลงไปในแหล่งน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลเสียต่อคุณภาพของน้ำที่นำไปใช้สอย อีกทั้งอาจจะทำให้อ่างเก็บน้ำหรือแม่น้ำตื้นเขินเนื่องจากการสะสมของเถ้าถ่าน

8. การใช้ที่ดินที่ขาดการควบคุม การใช้ที่ดินสองข้างหรือรอบๆแหล่งน้ำ ที่ขาดการควบคุมหรือการกำหนด จะทำให้เกิดผลเสียต่อคุณภาพของน้ำได้ ดังนั้น จึงควรกำหนดเขตหรือห้ามการขยายชุมชนหรือการตั้งโรงงานตามริมน้ำที่นำน้ำมาไปใช้ประโยชน์ในการทำประปา



บำบัดน้ำเสีย กลิ่นเหม็นและเห็นเป็นสีดำจากน้ำเน่าเสีย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/บำบัดน้ำเสีย/

10
หากพบว่าอ่างอาบน้ำของคุณมีน้ำขัง หรือน้ำในอ่างล้างจานระบายออกช้า คุณอาจกำลังพบปัญหาท่อระบายน้ำอุดตัน โชคยังดี หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ คุณสามารถทำสะอาดท่อน้ำที่ตันได้โดยใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วในบ้านของคุณ น้ำส้มสายชู โซดา สารบอแรกซ์ และน้ำร้อนปริมาณมากล้วนเป็นเครื่องปรุงธรรมดาๆ แต่กลับเป็นเครื่องมือที่สามารถแก้ปัญหาอ่างระบายน้ำออกช้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เตรียมส่วนผสมสำหรับลอกท่อ

1.ระบายน้ำออกจากซิงค์หรืออ่างอาบน้ำ. ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลานานหากน้ำในอ่างระบายออกช้ามาก แต่การระบายน้ำออกก่อนจะช่วยให้ส่วนผสมที่คุณเตรียมไว้สามารถจัดการกับสิ่งอุดตันได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

2.เตรียมอุปกรณ์ทำครัว/ทำความสะอาดที่จะใช้ให้พร้อม. คุณมีหลายทางเลือกในการทำน้ำยาขจัดสิ่งอุดตันสำหรับใช้เอง โดยส่วนใหญ่เราจะใช้น้ำส้มสายชูและสารอีกชนิดที่จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเมื่อผสมเข้าด้วยกัน ลองค้นดูว่าคุณมีสารตั้งต้นสำหรับขจัดสิ่งอุดตันเหล่านี้อยู่แล้วหรือไม่:
น้ำส้มสายชู (น้ำสัมสายชูกลั่นขาวหรือน้ําส้มสายชูที่หมักจากแอปเปิ้ลสามารถใช้ได้ผลดี)
น้ำมะนาวมีความเป็นกรดเหมือนน้ำส้มสายชู แต่มีกลิ่นหอมสดชื่นกว่า น้ำมะนาวจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนำมาใช้ขจัดสิ่งอุดตันใน

อ่างล้างจาน
เบคกิ้งโซดาเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ที่มีการนำมาใช้บ่อย
เกลือจะช่วยกัดกร่อนสิ่งอุดตัน
บอแรกซ์เป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ที่มีการนำมาใช้บ่อย

3.เทน้ำส้มสายชูและสารลอกท่ออื่นๆ ลงไปในท่อระบายน้ำ. โดยไม่จำเป็นต้องผสมเข้าด้วยกันก่อนเทลงไป เพราะส่วนผสมที่เทลงไปจะเกิดฟองได้เองเมื่อทำปฏิกิริยาทางเคมีกัน

การใช้น้ำส้มสายชูร่วมกับเบคกิ้งโซดา: ใช้เบคกิ้งโซดา 1/2 ถ้วยตวง และน้ำส้มสายชูกลั่นขาว 1/2 ถ้วยตวง
การใช้น้ำมะนาวร่วมกับเบคกิ้งโซดา: ใช้เบคกิ้งโซดา 1 ถ้วยตวง และน้ำมะนาว 1 ถ้วยตวง
การใช้เกลือร่วมกับบอแรกซ์และน้ำส้มสายชู: ใช้บอแรกซ์ 1/4 ถ้วยตวง, เกลือ 1/4 ถ้วยตวง และน้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยตวง

การขจัดสิ่งอุดตัน

1.ปิดจุกก๊อกอุดท่อเพื่อปล่อยให้ส่วนผสมทำปฏิกิริยา. ใช้จุกก๊อกอุดอ่างน้ำเพื่อปิดท่อระบาย หรือนำผ้าชุบน้ำร้อนมาปิดไว้ โดยให้ปิดไว้เป็นเวลา 30 นาที ในระหว่างนี้ ฟองที่เกิดขึ้นจะทำปฏิกิริยาสลายสิ่งที่อุดตันอยู่

2.ดูดท่อระบายน้ำ. ใช้ที่ดูดท่อน้ำทิ้งขนาดเล็กพอเหมาะกับซิงค์ของคุณเพื่อดูดให้วัตถุที่อุดตันอยู่เคลื่อนตัว โดยปั๊มที่ดูดลงไปจนติดแน่น จากนั้นจึงดึงส่วนฐานที่เป็นยางของที่ดูดขึ้นและลงสลับกัน
การดูดท่อจะได้ประสิทธิภาพมากที่สุดหากเทน้ำลงไปในอ่างหรือซิงค์ เพราะแรงดันที่เพิ่มขึ้นจากน้ำจะช่วยเสริมแรงในการดันสิ่งอุดตัน

3.ใช้ไม้แขวนเสื้อเกี่ยวสิ่งอุดตันขึ้นมา. หากท่อระบายน้ำมีผมอุดตันอยู่ ให้นำไม้แขวนเสื้อโลหะมาบิดจนได้ก้านโลหะยาวๆ ที่มีตะขอเกี่ยวตรงส่วนปลาย ค่อยๆ หย่อนตะขอเกี่ยวลงไปในท่อ คว้านให้ทั่วและพยายามเกี่ยวสิ่งอุดตัน จากนั้นจึงค่อยๆ ดึงตะขอขึ้นมาเมื่อคุณสามารถเกี่ยวสิ่งอุดตันได้แล้ว
ระวังอย่าให้ตะขอเหล็กขีดข่วนซิงค์หรืออ่างของคุณจนเป็นรอย และต้องระวังในขณะที่พยายามบิดไม้แขวนเสื้อ เพราะเหล็กอาจมีคม

4.ใช้งูเหล็ก. งูเหล็กมีลักษณะเหมือนเชือกโลหะยาวๆ คุณต้องใช้ความระมัดระวังในการหย่อนงูเหล็กลงไปในท่อระบายน้ำ เมื่องูเหล็กติดท่อแล้ว ให้คุณหมุนสายเชือก เพื่อให้งูเหล็กเกาะเกี่ยวสิ่งที่อุดตันอยู่ เมื่อคุณค่อยๆ ดึงงูเหล็กกลับขึ้นมา คุณจะเห็นสิ่งอุดตันติดขึ้นมาจำนวนหนึ่ง ใช้น้ำล้างออก แล้วหย่อนงูเหล็กลงไปอีกครั้ง
คุณควรสวมถุงมือ เพราะงูเหล็กอาจมีคม และควรเตรียมผ้าขนหนูเก่าๆ และถังไว้ให้พร้อมเพื่อจัดการกับเศษสิ่งอุดตันที่นำขึ้นมา

ล้างท่อระบายน้ำ

1.ล้างท่อระบายน้ำด้วยน้ำร้อน. ต้มน้ำอย่างน้อย 6 ถ้วยตวง หรือต้มหลายๆ กา จากนั้นเปิดจุกก๊อกอุดอ่างน้ำ แล้วค่อยๆ เทนำร้อนลงไป
หากท่อน้ำของคุณเป็นพลาสติก ให้ใช้น้ำที่ร้อนมากๆ เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการเทน้ำที่กำลังเดือดลงไปในท่อระบาย



วิธีการ ท่อตัน แก้ปัญหาท่อระบายน้ำอุดตัน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/

11
เคยหรือไม่ที่กด ราด ชักโครกในห้องน้ำเท่าไหร่ก็ไม่ลงซะที วันนี้ เลยนำเอาเคล็ดลับดีๆ มาฝากกัน โดยส้วมตันสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเพราะท่อตัน ส้วมเต็ม ท่อหายใจอุดตัน น้ำท่วม ฯลฯ การแก้ปัญหาก็ต้องแก้ให้ตรงจุด ถ้าใช้อยู่คนเดียวก็อาจเดาได้ไม่ยาก คงมาจากการใช้งานของเราเอง หรือถ้าไม่ใช่ก็ต้องสังเกตเหตุการณ์แวดล้อม ดังนี้

ท่อตัน
สาเหตุ: ส่วนมากเกิดจากการทิ้งของที่ไม่ใช่ของเสียลงในโถส้วม ไม่ว่าจะเป็นเศษผม เศษอาหาร หรือแม้แต่ทิชชู ซึ่งอาจไปกระจุกอยู่ และทำให้เกิดการอุดตันได้

วิธีแก้ไข : การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ใช้ไม้ที่ปลายเป็นจุกยาง (คงคุ้นภาพกันดี) กระทุ้งลงไป โชคดีอาจแรงพอให้ขยะพวกนั้นหลุดออกไปได้ แต่อย่าเพิ่งวางใจ อาจไปติดอยู่ที่ส่วนอื่นของท่อแทน บางคนเลยเลือกใช้ “โซดาไฟ” (NaOH / Sodium Hydroxide) ซึ่งหาซื้อได้ไม่ยาก ใส่ลงไปในโถเพื่อช่วยย่อยสิ่งปฏิกูลที่ติดค้างอยู่ แต่ก็ไม่สามารถจัดการกับ “สารอนินทรีย์” ได้อยู่ดี… สุดท้ายถ้าไม่ไหว คงต้องเรียกผู้ให้บริการด้านนี้เพื่อใช้เครื่องมือเฉพาะมาจัดการปัญหาให้สิ้นซากไป

ส้วมเต็ม
สาเหตุ: ใช้งานมาเป็นเวลานาน หรือถังบำบัดมีขนาดเล็กเกินไป

วิธีแก้ไข : เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ใช่เพราะสาเหตุอื่น เช่น ท่อตัน หรือน้ำท่วม รวมทั้งถ้าลองนึกดูแล้วจำไม่ได้ว่าสูบส้วมไปครั้งสุดท้ายเมื่อไร ก็เรียกรถสูบส้วมมาได้เลย แต่ถ้าพิจารณาแล้วมันเต็มบ๊อยบ่อย ก็ต้องเช็กที่ถังบำบัดว่าเล็กไปหรือเปล่า หรือว่าทำงานผิดพลาดตรงไหน เช่น เชื้อจุลินทรีย์ที่มีหน้าที่ย่อยสลายสิ่งปฏิกูลในถังนั้นอาจตายไปเยอะ ก็ซื้อมาเติมกันได้

ท่อหายใจอุดตัน
สาเหตุ: อย่าเพิ่งงงว่าคือท่ออะไร ลองไปด้อมๆ มองๆ ดูแถวๆ บ่อบำบัด จะมีท่อเล็กๆ โผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน นั่นคือท่อที่ไว้ระบายแก๊สออกจากระบบบำบัด ถ้าแก๊สระบายออกมาไม่ได้ ของใหม่ก็เข้าไปไม่ได้ เหมือนกับเราเป่าลมเข้าขวดแล้วมันไม่เข้านั่นเอง

วิธีแก้ไข: ถ้าอยู่ต่ำไปก็ต่อขึ้นมาให้สูง จะได้ไม่มีเศษอะไรเข้าไปอุดตันได้ง่ายๆ ถ้าจะให้ดีก็ควรหุ้มตาข่ายไว้ที่ปลายท่อด้วย

น้ำท่วม
สาเหตุ: น้ำจากธรรมชาติเข้าไปอยู่ในระบบบำบัด ไม่ว่าจะจากทางไหนก็ตาม พอเต็มไปด้วยน้ำแล้ว ก็เลยไม่มีพื้นที่ให้ของเสียของเรานั่นเอง ปัญหานี้โดยมากจะเกิดกับบ่อบำบัดแบบเก่า ที่เห็นเป็นท่อปูนวางซ้อนๆ กันลงไปในดิน

วิธีแก้ไข : ถ้าเป็นบ่อปูนแบบที่บอก คงต้องรอให้น้ำลดมากพอที่จะไม่ทำให้น้ำดินดันเข้าไปในบ่อ จึงจะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม ส่วนถังบำบัดสำเร็จรูป แค่ขอให้มั่นใจว่าปิดฝาสนิทดีแล้ว รวมถึงท่อหายใจอยู่สูงกว่าระดับน้ำ เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาเวลาน้ำท่วมแล้ว

สำหรับบริการสูบส้วม สามารถสอบถามได้ที่หน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ค่าบริการคิดตามปริมาณลูกบาศก์เมตร





ทำไม ชักโครกกดไม่ลง ในห้องน้ำกด ส้วมเต็ม เท่าไหร่ก็ไม่ลงซักที ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/

12
คุณสมบัติของจุลินทรีย์คัดสายพันธ์ในบีกรีน มีประสิทธิภาพสูงในการ ย่อยสลายอินทรีย์สารกำจัดกลิ่นและ บำบัดน้ำเน่าเสีย และย่อยสลายไขมัน-สารอินทรีย์ บำบัดน้ำเสีย ควบคุมและกำจัดลูกน้ำยุง หนอน แมลงวัน นอกจากนี้ความเด่นพิเศษของ บีกรีน คือมีสารพลังเสริมที่มีฤทธิ์ในการเร่งการย่อยสลายอินทรีย์สารและยับยังการเจริญเติบโตของลูกน้ำยุง หนอนแมลงวัน ทำให้บีกรีนมีความโดดเด่นทั้งในการบำบัดน้ำเน่าเสีย ปรับสภาพให้น้ำใส กำจัดกลิ่น ย่อยไขมัน และยังมีพลังในการกำจัดลูกน้ำยุงในแหล่งน้ำ ร่วมกับกำจัดไข่หนอนแมลงวัน แมลงสาบ ซึ่งเป็นต้นแหล่งกำเนิดของพาหะนำโรคร้ายมาสู่คน

การใช้งานบีกรีน
บีกรีน เหมาะสมกับการนำไปใช้งานในแหล่งน้ำขัง น้ำนิ่ง หรือแหล่งน้ำที่มีสีดำ มีกลิ่นเหม็น เช่น น้ำขังหลังจากน้ำท่วมลดระดับ น้ำเน่าขังใต้ถุนบ้าน แหล่งน้ำขังเน่าเสียตามชุมชน แหล่งน้ำคูคลองที่เน่าเสีย นอกจากนี้ยังนำไปใช้กำจัดกลิ่นบำบัดน้ำเสียตามท่อระบายน้ำ รางระบายน้ำ ท่อน้ำทิ้ง บ่อบำบัดที่มีกลิ่นเหม็น มีลูกน้ำยุง รวมทั้งสามารถนำไปใช้ราดตามกองขยะ บ่อขยะ ฟาร์มสัตว์ ที่รวมของมูลสัตว์ เช่น ฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู ที่มีกลิ่นเหม็นมีแมลงวัน หรือราดตามพื้นที่ต้องการกำจัดกลิ่นและลดคราบไขมัน ลดแมลงสาบ เช่น พื้นตลาด พื้นโรงงาน พื้นถนน นอกจากนี้บีกรีน ยังมีความพิเศษที่สามารถนำไปใช้เร่งกระบวนการทำน้ำหมักชีวภาพ จากเศษผลไม้รสเปรี้ยว หรือเศษผลไม้รวม ซึ่งทำให้ได้น้ำหมักชีวภาพบีกรีนที่มีคุณภาพที่ดีในการใช้เพื่อการส่งเสริมการเกษตร และยังสามารถนำน้ำหมักชีวภาพบีกรีน ใช้ในการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ล้างพื้นตลาดสด ทดแทนการใช้สารเคมี ราดกองขยะกำจัดกลิ่นและแมลงวัน ราดตามท่อระบายน้ำ กำจัดกลิ่น-บำบัดน้ำเสีย กำจัดต้นแหล่งพาหะของยุง แมลงวัน แมลงสาบ ถือได้ว่าบีกรีนตัวเดียวใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์

กำจัดลูกน้ำยุง
วิธีการใช้
สำหรับกำจัดกลิ่นเหม็น :
ใช้บีกรีน 1 ซอง ผสมน้ำ 100-200 ลิตร ฉีดพ่นหรือราดพื้นบริเวณที่มีกลิ่นเหม็น
(บีกรีน 1 ซอง ที่ละลายน้ำ 100 – 200 ลิตรแล้ว สามารถนำไปฉีดพ่นพื้นที่บริเวณเนื้อที่ 2,000-4,000 ตร.ม. หรือ คิดเป็นขนาดพื้นที่บริเวณ กว้าง 10 - 20 เมตร ยาว 20 เมตร )

สำหรับบำบัดน้ำเสีย แหล่งน้ำเน่าขัง ที่เป็นแหล่งเพาะพันธ์ลูกน้ำยุง และ หนอนแมลงวัน :
ใช้ บีกรีน 1 ซอง ผสมน้ำ 100-200 ลิตร ฉีดพ่นหรือราดบริเวณแหล่งน้ำเสีย หรือแหล่งเพาะพันธ์ยุง (บีกรีน 1 ซอง ที่ละลายน้ำ 100 – 200 ลิตรแล้ว นำไปฉีดพ่นหรือเทราดลงในพื้นที่ที่มีปริมาตรน้ำ 100-200 ลบ.ม.หรือพื้นที่ผิวน้ำเน่าขัง 200-400 ตรม. ที่ความลึกไม่เกิน 50 ซม.)


กำจัดกลิ่น กลิ่นเหม็น และควบคุมลูกน้ำยุง หนอน แมลงวัน ตามแหล่งน้ำเน่าเสีย กองขยะ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/วิธีบำบัดน้ำเสีย/

13
หลังจากที่ศึกษาเรื่องจุลินทรีย์มามากมาย ล่าสุดได้มาพบจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง ที่เห็นหลายๆคนบอกว่า สวดยวดเลยลวกเพี๋ย... หลายคนจึงให้สนใจเป็นพิเศษในขณะนี้ จึงไม่รอช้ารีบศึกษา และลองทำดู โดยเริ่มจากจุลินทรีย์ HOM ที่มีอยู่ในมือ โดยทดสอบดูว่า มีจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงอยู่ในนั้นหรือไม่ ต้องติดตามดูกันนะครับ...

วิธีการทดลอง
1. เตรียมน้ำเปล่า 1 ลิตร ใส่ลงไปในขวด 1.5 ลิตร
2. ใส่จุลินทรีย์ HOM ประมาณ 100 ซีซี ตามลงไป เขย่าให้เข้ากัน
3. นำไปตากแดดทิ้งไว้ 3 วัน
4. เมื่อครบ 3 วัน ก็ตอกไข่ใส่ถ้วยแล้วตีให้ละเอียด เรียบร้อยแล้วเติมไข่ที่ตีเสร็จแล้วลงไปในขวด
5. นำไปตากแดดอีก 3 วัน แล้วลองสังเกตผลดู ถ้าน้ำเป็นสีแดง แสดงว่ามีจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงแน่นอน ฟันธง!

ทฤษฎีเพิ่มเติม
    ที่ตากแดด 3 วัน ก่อนเติมไข่ลงไป เนื่องจากต้องการกำจัดจุลินทรีย์ตัวอื่นให้หมดไป เหลือไว้เฉพาะจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงล้วนๆ
    แล้วทำไมต้องเติมไข่ลงไป  ก็เนื่องจากจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงชอบกินแก๊สไข่เน่า ดังนั้นเราจึงนำไข่(ไม่ต้องเน่าก็ได้)มาเป็นอาหารเพาะเชื้อจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
    และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงมีลักษณะเป็นสีแดง ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะสังเกตผลการทดลอง

ครบ 3 วันแล้ว แต่เนื่องจากช่วงนี้ฝนตก ไม่มีแดด จึงเพิ่มระยะเวลาอีกสัก 2 วัน แล้วค่อยเติมไข่ลงไป

เมื่อถึงเวลาก็ตอกไข่ใส่ถ้วย


ตีไข่ให้ละเอียด

เทใส่ขวด


แล้วก็รอไปอีก 3 วัน หรือว่ามากกว่านั้น(ช่วงนี้ฝนตก 9 กันยายน 2556)



สรุปผลนะครับสำหรับการทดลองที่หอโดยใช้จุลินทรีย์ HOM "หอม" (18 กันยายน 2556) ผลปรากฏว่า "ไม่แดง" คงศึกษาต่อไปและทดลองใหม่หลายๆรอบ

ขวดซ้ายเป็นจุลินทรีย์ HOM ขวดขวาเป็นน้ำเปล่า...


ใส่จุลินทรีย์ HOM ประมาณ 100 cc ลงไปในน้ำเปล่า


ทิ้งไว้ 3 วัน แล้วค่อยเติมไข่นะ

หลังจากเติมไข่ไปแล้ว ผลปรากฎว่าได้รูปขวดแรกซ้ายมือสุด ช่วยกันดูหน่อยว่าแดงไหม 55+ หรือว่าต้องให้เวลาอีกหน่อย
ส่วน 4 ขวดถัดมา เป็นน้ำขี้หมูที่เพิ่งตักมา เพื่อจะนำมาทดลองเหมือนกัน ซึ่งขั้นตอนต่างๆก็เหมือนการใช้จุลินทรีย์ HOM
สาเหตุที่ใช้น้ำขี้หมูก็เพราะผมไปได้ข้อมูลมาว่ามีคนที่ใช้น้ำขี้หมูแล้วปรากฎว่ามีจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงอยู่ด้วย ก็เลยจัดไป...


อยากเห็นใช่ไหมแหล่งที่มาของน้ำขี้หมู หอมๆๆ

สรุปผลสำหรับการทดลองที่บ้านโดยใช้จุลินทรีย์ HOM "หอม"ผลปรากฏว่า "ไมแดง" ดูได้จากภาพครับ T_T


สำหรับสรุปผลของน้ำขี้หมู ดูเอาเองละกัน...
ทุกการทดลองที่ผ่านมา...สรุปว่า ไม่แดง


จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
ในเมื่อทำเองไม่แดง จึงหาหัวเชื้อมาขยายง่ายกว่ากันเยอะ...
พูดแล้วก็จัดไป!...

ขวดเขียวเป็นน้ำขี้หมู ส่วนขวดเหลืองก็จุลินทรีย์ HOM

กองทัพจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง พร้อมที่จะทำงานแล้วครับ


สรุปว่า 7 วัน แดดบ้าง ไม่แดดบ้าง แต่ก็ แดงสมใจ...
เก็บเชื้อไว้ขยายต่อไป ตราบนานเท่านาน 

หัวเชื้อจุลินทรีย์ สังเคราะห์แสง...กำลังมาแรง แซงทางโค้ง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/หัวเชื้อจุลินทรีย์/

14
กำจัดสาหร่ายและตะไคร่น้ำแก้ปัญหาน้ำหนืด น้ำเป็นฟอง ปรับลด PHได้ดี ไม่ทำลายจุลินทรีย์มีออกซิเจนเพิ่มขึ้น

เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อทำลายและควบคุมสาหร่ายทุกชนิด โดยจะยับยั้งการถ่ายทอดอิเล็คตรอนในปฏิกิริยาการสังเคราะห์แสงของสาหร่าย ทำให้สาหร่ายค่อยๆตายๆไปในที่สุด

1.ช่วยให้น้ำในบ่อโปร่งสวย เหมาะต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ

2.ช่วยลดค่า PH ทำให้สัตว์น้ำ เช่นกุ้ง ปลา กบ ตะพาบน้ำ ไม่ป่วยเป็นโรคง่าย

3.เพิ่มปริมาณออกซิเจนให้มากขึ้น  แก้ปัญหาน้ำหนืด น้ำเป็นฟอง

4.ช่วยลดปัญหาสาหร่ายเข้าเหงือกสัตว์น้ำมีความปลอดภัยต่อคน  และสัตว์     

5.สามารถใช้ร่วมกับจุลินทรีย์ได้

อัตราการใช้

ใช้ อัลจี้ เคลียร์250กรัม/ไร่ ละลายในน้ำ20ลิตร หรือ 1กิโลกรัม/4ไร่ ละลายน้ำ80-100ลิตร แล้วนำไปสาดให้ทั่วบ่อหรือน้ำมีสีเขียว เข้มและหนืดควรเพิ่มปริมาณการใช้ให้มากขึ้น

ควรใช้ช่วงเช้าและเปิดเครื่องตีน้ำ

ไม่ควรใช้กับบ่อที่มีการเลี้ยงพืชน้ำ

อัลจี้ เคลียร์,กำจัดสาหร่าย ตะไคร่น้ำ,วิธีกำจัดสาหร่ายน้ำ,สารกำจัดตะไคร่น้ำ,กำจัดสาหร่าย บ่อกุ้ง บ่อปลา,น้ำยากำจัดตะไคร่น้ำบ่อปลา,เลี้ยงสัตว์น้ำ,เลี้ยงกุ้ง,เลี้ยงปลา,โทษของสาหร่าย,น้ำยากำจัดสาหร่ายน้ำ,สารกำจัดสาหร่าย

ตะไคร่น้ำ คือ สาหร่ายเซลล์เดียวซึ่งเกาะยึดในพื้นที่ที่มีน้ำไหล เพราะน้ำที่ไหลมีทั้งออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และสารอาหารไหลเวียนดี แสงดี สาหร่ายพวกนี้จะมายึดเกาะ กลายเป็นผืนเขียว ๆ

ตะไคร่น้ำยังประกอบไปด้วยสาหร่ายชนิดต่าง ๆ รวมทั้งพวกไซยาโนแบคทีเรียมาเกาะกลุ่มอยู่รวมตัวกัน บางกลุ่มเกาะยึดในบริเวณที่เปียกชื้น บางกลุ่มอยู่ในน้ำ แต่ละกลุ่มจะมีสีที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าตะไคร่น้ำมีสาหร่ายกลุ่มใดเป็นองค์ประกอบ

มักจะสับสนกับเทา ที่ป็นสาหร่ายน้ำจืด

ตะไคร่น้ำจัดอยู่ใน Protista Kingdom

Protista Kingdom

ลักษณะสำคัญของโปรติสตามีดังนี้ คือ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่จัดเป็นพืชหรือสัตว์ มีโครงสร้างง่าย ๆ ส่วนมากประกอบด้วยเซลล์เดียว ( Unicellular )

บางชนิดมีหลายเซลล์รวมกันเป็นกลุ่ม ( Colony ) หรือเป็นสายยาว ( Filament ) แต่ยังไม่เป็นเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะ ไม่มีเอ็มบริโอ

บางชนิดสร้างอาหารได้เองเพราะมีคลอโรฟิลล์ เรียกว่า Autotrophic organism บางชนิดสร้างอาหารเองไม่ได้ เรียกว่า Heterotrophic organism

บางชนิดเป็นทั้ง Autotroph และ Heterotroph เรียกว่า Mixotrophic organism

Protozoa จัดอยู่ใน Phylum Protozoa มีเซลล์เดียว มีทั้งอยู่ในน้ำจืดและน้ำเค็ม ในดิน และสิ่งมีชีวิตอื่น บางชนิดอยู่เป็นอิสระ บางชนิดเป็น

ปรสิตบางชนิดอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นแบบภาวะพึ่งพา บางชนิดอยู่แบบเกื้อกูล การสืบพันธุ์ส่วนมากสืบพันธุ์แบบแบ่งตัวเอง Binary fission , budding , conjugation โปรโตซัวส่วนใหญ่หากินแบบอิสระ

การจัดแบ่งโปรโตซัว แบ่งได้ดังนี้

1. พวกที่มีแส้ ( flagella ) ใช้ในการเคลื่อนที่ เช่น Euglena , Volvox , Trypanosoma , Trichonympha , Trichomonas เป็นต้น

2. พวกที่มีขน ( cilia ) ใช้ในการเคลื่อนที่ เช่น Paramecium , Vorticella เป็นต้น

3. พวกที่เคลื่อนที่โดยใช้การไหลของไซโตพลาสซึมที่เรียกว่า Pseudopodium เช่น Amoeba proteus , A. radiosa , Entamoeba coli , E. histolytica

E. gingivalis

4. พวกที่ไม่มีโครงสร้างในการเคลื่อนที่ ( Sporozoa ) เช่น Plasmodium , Monocystis ( เป็นพาราสิตอยู่ในถุงเก็บอสุจิของไส้เดือน )

Chlorophyta มีแป้งและที่สะสมอาหาร มี Chlorophyll a , b , Carotene , Xanthophyll มักมี Flagella ช่วยในการเคลื่อน


สาร กำจัดสาหร่าย และตะไคร่น้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/กำจัดสาหร่าย/

15
หากรู้สึกแสบจมูก มีอาการแพ้ หรืออาการข้างเคียงอื่น ๆ หลังจากใช้น้ำยาล้างห้องน้ำทั่วไป วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขออาสานำวิธีทำน้ำยาล้างห้องน้ำและสูตรทำความสะอาดห้องน้ำมาฝากกัน ด้วยส่วนผสมที่สามารถหาได้จากของในบ้าน แต่ก็ใช้ทำความสะอาดห้องน้ำได้เยี่ยมไม่แพ้น้ำยาล้างห้องน้ำเลย ถ้าอยากรู้ว่ามีสูตรทำความสะอาดห้องน้ำสูตรไหนที่น่าสนใจบ้าง หยิบกระดาษมาเตรียมจดแล้วเอาไปลองใช้กันได้เลย
 
1. สครับเบกกิ้งโซดาและสบู่มะกอกสกัด

           แม้อ่างล้างหน้าจะเป็นสิ่งเดียวที่ดูไม่ค่อยสกปรก แต่เราก็ควรทำความสะอาดด้วยเช่นกัน ด้วยการผสมเบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง สบู่เหลวมะกอกสกัดเล็กน้อย และหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบลงไปประมาณ 12 หยด จากนั้นคนส่วนผสมให้เข้ากัน ก็จะได้สครับสำหรับขัดอ่างล้างหน้าให้สะอาดแล้วค่ะ

2. สครับขัดพื้นห้องน้ำด้วยสูตรน้ำส้มสายชู

           ไม่ต้องพึ่งน้ำยาเคมีทำความสะอาดเราก็สามารถเปลี่ยนพื้นห้องน้ำหมอง ๆ ให้กลับมาสดใสได้ เริ่มจากผสมเบกกิ้งโซดา ¾ ถ้วยตวง สบู่เหลวมะกอกสกัด ¼ ถ้วยตวง น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันหอมระเหยประมาณ 10 หยด ผสมทุกอย่างให้เข้ากันจนกลายเป็นสครับสีขาวข้น จากนั้นก็นำฟองน้ำมาชุบแล้วนำไปถูพื้น ไม่ต้องใช้แปรงแข็ง ๆ ขัดพื้นให้เป็นรอยขีดข่วน

วิธีทำน้ำยาล้างห้องน้ำ

3. น้ำอัดลมล้างคราบกรังในชักโครก

           รู้หรือไม่ว่าน้ำอัดลมที่อยู่ในตู้เย็นสามารถแปลงมาทำความสะอาดชักโครกได้นะ โดยเทน้ำอัดลมชนิดน้ำดำลงไปในชักโครกแล้วทิ้งไว้ 1 คืน ปล่อยให้กรดอ่อน ๆ ของคาร์บอนิกและกรดฟอสฟอริกกัดคราบกรังจนอ่อนตัวลง จากนั้นใช้แปรงขัดคราบกรังออกอีกครั้งแล้วค่อยกดน้ำทิ้งไป

4. เบกกิ้งโซดากับน้ำส้มสายชูล้างพื้นห้องน้ำ

           พื้นห้องน้ำที่ต้องการการทำความสะอาดแบบอ่อนโยนต้องใช้สูตรนี้เลย ด้วยการผสมเบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง น้ำสายชู 1 ถ้วยตวง และน้ำมันจากต้นชาสกัดอีก ½ หยด แล้วคนส่วนผสมให้เข้ากันก่อนนำไปขัดพื้นห้องน้ำ ซึ่งน้ำยาล้างห้องน้ำสูตรนี้นอกจากจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกได้แล้วยังไม่ทำลายพื้นผิวห้องน้ำอีกด้วย

5.  น้ำส้มสายชูล้างถังเก็บน้ำชักโครก

           อย่ามัวแต่ทำความสะอาดภายนอกจนลืมถังเก็บน้ำชักโครกไปนะคะ ก่อนเข้านอนแวะเข้าห้องน้ำปิดวาล์วน้ำชักโครกให้สนิท แล้วเทน้ำส้มสายชูลงไปในถังเก็บน้ำ ปล่อยทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากตื่นมาตอนเช้าก็เปิดวาล์วแล้วปล่อยน้ำเข้าถังตามปกติ ก่อนกดน้ำทิ้งเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกในถังเก็บให้หายไป

6. เอนไซม์มะนาวขัดคราบในห้องน้ำ

           น้ำยาล้างห้องน้ำสูตรนี้ทำเองได้ เริ่มจากหั่นมะนาวให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 2 ถ้วยตวง แช่ลงไปในน้ำเปล่า 1 ลิตรที่ผสมด้วยน้ำตาลทรายแดง ½ ถ้วยตวง ยีสต์ 1 ช้อนชา และหมักทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ จากนั้นกรองกากเอาไปปั่นให้ละเอียด เติมเบกกิ้งโซดา 11/2 ถ้วยตวง แล้วปั่นซ้ำอีกครั้งจนกลายเป็นเนื้อเหนียวข้น วางทิ้งไว้ให้เนื้อครีมเซตตัวสักพักก่อนนำไปทำความสะอาดห้องน้ำ

วิธีทำน้ำยาล้างห้องน้ำ

7. เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูล้างคราบในโถชักโครก

           ทำความสะอาดโถชักโครกได้ไม่ยาก แค่ปิดวาล์วน้ำชักโครกแล้วกดน้ำในโถทิ้งไปให้หมด จากนั้นโรยเบกกิ้งโซดาประมาณ 1 ถ้วยตวงในโถชักโครก ฉีดสเปรย์น้ำส้มสายชู แล้วทิ้งไว้ 1 คืน พอถึงตอนเช้าก็ใช้แปรงขัดแล้วค่อยกดน้ำชักโครกทิ้งไป

8. น้ำส้มสายชูและน้ำยาล้างจานทำความสะอาดห้องน้ำ

           สูตรนี้ใช้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกทั่วไปในห้องน้ำ โดยการผสมน้ำยาล้างจานและน้ำส้มสายชูในอัตราส่วนที่เท่ากัน เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย ก่อนนำไปขัดคราบสกปรกต่าง ๆ ในห้องน้ำ เช่น อ่างล้างหน้า ชักโครก หรือพื้นห้องน้ำ


น้ำยาทำความสะอาด ห้องน้ำเอง กลิ่นไม่ฉุน สะอาดเกลี้ยงทุกซอกมุม ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/น้ำยาทำความสะอาด/

หน้า: [1] 2