แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3
1
สาวๆยุคสมัยนี้หน้าบานหน้าเหลี่ยมคงจะกลุ้มอกกลุ้มใจที่ตัวเองมีกรามหรือโหนกแก้ม มาดามเข้าใจนะคร๊า

เพราะบางคนมีกรามก็เพราะว่ามาจากกรรมพันธุ์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด บางคนภูมิใจในเอกลักษณ์เฉพาะหน้าของตัวเอง แต่บางคนก็อยากจะหน้าเรียวเหมือนสาวเกาหลีเพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ เค้าก็อินเทรนด์ทำหน้าวีเชฟ หน้าเรียว คางแหลมกัน อาจจะเป็นเพราะดาราบ้านเราที่ทำแล้วรูปหน้าออกมาดูสวยงาม อย่างซุปตาร์ดังๆ หรือบางคนอยากมีรูปหน้าเรียว เพราะจะได้มีความมั่นใจเวลาไปไหนมาไหน มีงานดี เงินก็เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งสมัยนี้ใครที่มีกรามไม่ต้องกลัวว่าจะต้องผ่าตัดแล้ว เพราะแค่ โบท็อกซ์ Botox ตัวเดียวก็เอาอยู่แล้วล่ะค่ะ

โบท็อกซ์ Botox ลดกราม ปรับรูปหน้า ได้จริงหรือ
เกี่ยวกับการฉีด โบท็อกซ์ Botox เพื่อลดกราม ทำให้หน้าเรียว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้า เพราะการทำให้ใบหน้าเรียว กระชับเป็นวีเชฟ แพทย์จะเป็นผู้ตรวจสภาพผิวของลูกค้าก่อนฉีดโบท็อกซ์ Botox คุณจึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย หลังฉีด Botox แล้ว เวลาผ่านไปประมาณ 4-7 วัน ริ้วรอยต่างๆ ก็จะเลือนหาย ผิวเรียบตึงดูอ่อนเยาว์ และกรามที่เคยเป็นเหลี่ยมก็จะเข้าที่และหน้าดูเรียวเพรียวปิ๊งเวอร์

การฉีดโบท็อกซ์ Botox ลดกรามได้อย่างไร
ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์ Botox นอกจากจะทำให้หน้าเรียบ เนียน กระชับแล้ว ยังสามารถลดกราม ทำให้หน้าเรียวและปรับรูปหน้า ทั้งโหนกแก้ม กราม จัดการออกมาให้ดูดีดูสวยได้หมด เพราะสารบริสุทธิ์โบท็อกซ์ Botox ว่าสามารถยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ โดยไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงใดๆ จึงสามารถลบริ้วรอยที่มีและป้องกันการเกิดรอยลึกในอนาคตได้เป็นอย่างดี ซึ่งยังมีการนำมาแก้ไขในเรื่องการปรับสภาพรูปหน้า สำหรับคนที่มีปัญหาโหนกใหญ่และกรามเหลี่ยม ทีมแพทย์จะเลือกจุดในการฉีดโบท็อกซ์ Botox เพื่อทำการปรับรูปหน้า โหนกแก้ม และกรามเพื่อให้ออกมาเรียวสวยได้รูป ซึ่งจะต้องกำหนดแต่ละจุดเพื่อให้ รูปหน้าออกมาบลานซ์กันโดยอาจจะเลือกฉีดโบท็อกซ์ Botox เพื่อเติมเต็มสิ่งที่หายไป แล้วฉีดอีกจุดเพื่อให้มันเรียวให้ได้รูปและกระชับที่สุด

ฉีดโบท็อกซ์ Botox เพื่อ ?
โดยพื้นฐานแล้ว แพทย์จะทำการฉีดสารโบท็อกซ์เพื่อทำให้หน้าเรียวลงบนใบหน้าข้างละประมาณ 5 จุด โดยมีหลักการฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวอยู่ 2 ประเภท

การฉีดสารโบท็อกซ์ เพื่อลดกล้ามเนื้อที่กราม แพทย์จะทำการฉีดสารโบท็อกซ์เข้าที่บริเวณกราม เพื่อลดกล้ามเนื้อให้มีขนาดเล็กลง รูปหน้าจึงสามารถเรียวมากขึ้นตามไปด้วย

การฉีดสารโบท็อกซ์ เพื่อยกแก้ม เป็นการช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่ทำการดึงแก้มอยู่นั้นทำงานน้อยลง โดยทำการฉีดสารโบท็อกซ์ที่ขากรรไกร ทำให้ใบหน้าดูเล็กเรียวมากขึ้น

 



โบท็อกหน้าเรียว ปรับรูปหน้าให้กระชับเรียวสวยหล่อด้วย Botox คุณภาพ  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

2
อย่างที่หลายคนรู้กันดีว่าขนมปังขาวแม้จะอร่อยนุ่มแต่มีแร่ธาตุ วิตามินและใยอาหารน้อยกว่าขนมปังโฮลวีท ใครที่รักสุขภาพหรือควบคุมน้ำหนักลองเปลี่ยนมากินแป้งโฮลวีทที่มีคุณค่ากันเถอะ ขอนำเสนอวิธีทำเมนูขนมปังโฮลวีท มีทั้งวิธีทำขนมปังโฮลวีทกินเอง หรือจะซื้อขนมปังโฮลวีทสำเร็จรูปมาทำพิซซ่า ฮันนี่โทสต์ หรือเมนูขนมปังโฮลวีทอื่น ๆ อีกหลากหลาย หน้าตาแจ่ม ๆ ทั้งนั้น ลองทำกันเถอะ

1. บาร์บีคิวทูน่าโรลโฮลวีท

ง่ายยิ่งกว่าง่ายกับเมนูบาร์บีคิวโรลทูน่าขนมปังโฮลวีท ใช้ขนมปังโฮลวีทสำเร็จรูปห่อทูน่าและผักสลัด เพิ่มความเก๋ด้วยการม้วนเป็นโรลและหั่นชิ้นพอคำ ยังไม่จบ ! จับเสียบไม้ด้วยนะทุกคน

ส่วนผสม บาร์บีคิวทูน่าโรลโฮลวีท

• ขนมปังโฮลวีท
• ทูน่ากระป๋อง
• ซอสมะเขือเทศ (สูตรโซเดียมต่ำ)
• ผักสลัด
• มะเขือเทศเชอร์รี

วิธีทำบาร์บีคิวทูน่าโรลโฮลวีท

1. รีดขนมปังโฮลวีทเป็นแผ่นบาง ๆ ตักทูน่าใส่ลงไป ราดซอสมะเขือเทศ วางผักสลัดลงไป ม้วนขนมปังไปจนสุด
2. เสร็จแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ นำไปเสียบไม้สลับมะเขือเทศ พร้อมเสิร์ฟ

2. ขนมปังกล้วยน้ำว้าโฮลวีท

ขนมปังโฮลวีทแม้จะดีต่อสุขภาพแต่รสจืดชืด ลองเติมความหวานจากกล้วยหน่อยดีไหม ขอนำเสนอขนมปังกล้วยน้ำว้าโฮลวีท สูตรจาก คุณ LittleFilmz สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่แป้งโฮลวีทเน้น ๆ ไม่ผสมแป้งขาว หน้าตาคล้ายเค้กกล้วยหอมแต่เนื้อไม่ได้ฉ่ำออกจะสาก ๆ หน่อยแต่อร่อยเพื่อคุณภาพชีวิตดี๊ดี

ส่วนผสม ของแห้ง

• แป้งโฮลวีทเนื้อละเอียด ิ1+1/2 ถ้วย
• เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• เกลือ 1/2 ช้อนชา (ในสูตรใช้เกลือทะเล ถ้าเกลือไอโอดีนอาจจะต้องลดลงหน่อย)

ส่วนผสม ของเหลว

• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• กล้วยน้ำว้าบด 250-300 กรัม
• กรีกโยเกิร์ต 1/2 ถ้วย
• น้ำผึ้ง 1/4 ถ้วย
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

วิธีทำขนมปังกล้วยน้ำว้า

1.วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมพิมพ์ขนมปัง ฉีดสเปรย์น้ำมันบาง ๆ ลงไป
2. นำส่วนผสมของแห้ง ได้แก่ แป้งโฮลวีท เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือ ผสมให้เข้ากัน พักไว้ และนำส่วนผสมของเหลว ได้แก่ ไข่ไก่ กล้วยบด กรีกโยเกิร์ต น้ำผึ้ง และกลิ่นวานิลลา (ในสูตรใส่เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ปั่นให้เข้ากัน) ผสมให้เข้ากัน
3. เทส่วนผสมของเหลวลงในส่วนผสมของแห้ง ตะล่อมให้เข้ากัน (อย่าคนนาน เดี๋ยวเนื้อเหนียว)
4. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ เอาเข้าเตาอบประมาณ 30-40 นาที เช็กความสุกด้วยไม้จิ้มฟันอีกที เอาออกจากเตา พักไว้สัก 10 นาที แซะออกมาพักต่อให้เย็นบนตะแกรงพักขนม แล้วค่อยจัดการสไลซ์

3. ขนมปังโฮลวีท

อยากกินขนมปังโฮลวีทแท้ ๆ ต้องได้กิน ขอนำเสนอขนมปังโฮลวีท สูตรจาก คุณจ๋อมแจ๋ม สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใช้แป้งโฮลวีท 100% เติมน้ำผึ้งและใส่งาดำ หั่นชิ้นบางหรือหนาตามชอบ

ส่วนผสม ขนมปังโฮลวีท

• แป้งโฮลวีท 3 ถ้วย
• น้ำ 1+1/4 ถ้วย
• ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำผึ้ง 1/6 ถ้วย
• น้ำมันมะกอก 1/6 ถ้วย
• เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
• งาดำ




ทำอาหาร ขนมปังโฮลวีท อิ่มท้องหลากสไตล์สำหรับสายสุขภาพ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ทำอาหาร/

3
อีกไม่กี่วันก็ใกล้วันเด็กเข้ามาแล้ว เลยถือโอกาสเอาใจครอบครัวที่มีเด็กๆ กันซะหน่อย ด้วย 9 เฟอร์นิเจอร์ เด็กที่จะทำให้คุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูกต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

ตู้สูง พร้อมชั้นวางของ และยังมีลิ้นชักเก็บของ แถมยังมีสติกเกอร์สีสันสดใสให้คุณติดป้ายแบ่งประเภทของในลิ้นชัก หรือตู้ได้ในสไตล์ที่ต้องการ นอกจากนั้นยังมีกล่องเก็บของทรงเตี้ยเพื่อให้เด็กๆ สามารถใช้งานได้ง่าย และสะดวกต่อการจัดเก็บของได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตัวขาโต๊ะเองนั้นก็ยังสามารถปรับระดับได้ จึงปลอดภัยเหมาะสำหรับกับเด็กมากๆ เลย

Fort เตียงสองชั้นที่เหมาะกับครอบครัวที่มีลูกหลายคน ตัวเตียงดีไซน์โมเดิร์นสวยงาม วัสดุและการใช้งานต่างๆได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา จึงมั่นใจได้ว่าลูกน้อยของคุณจะสามารถนอนบนเตียงนี้ และปีนขึ้นปีนลงได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้นตัวบันไดเองก็ยังสามารถสลับเปลี่ยนข้าง เพื่อปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งานได้มากขึ้นอีกด้วย

เอาใจจิตรกรน้อยกับโต๊ะทำงานศิลปะ ที่ทำมาจากไม้ที่มีความแข็งแรง มาพร้อมกับเก้าอี้ไม้ 2 ตัว โดยมีชั้นวางอุปกรณ์ด้านข้าง กล่องใส่อุปกรณ์ และแท่นใส่ม้วนกระดาษสำหรับวาดรูป เป็นโต๊ะสำหรับเด็กๆ ที่รักในศิลปะอย่างแท้จริงเลย

ตู้เก็บของเล่นดีไซน์เรียบง่าย ดูมีสไตล์ทันสมัย ไว้เก็บของเล่น ทำให้เด็กๆ สามารถหยิบมาเล่นและเก็บเองได้ง่ายๆ ซึ่งตู้นอกจากจะเก็บของเล่นได้แล้ว ก็ยังสามารถนำมาจัดเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ได้อีกด้วย

เบาะนั่งเล่นที่เด็กๆ สามารถมารวมตัวกัน นั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือกันได้ ความพิเศษของเบาะนี้สามารถแยกชิ้นกัน หรือเอามาต่อกันให้เป็นคอกโดยการจัดตามมุมต่างๆ ในบ้าน ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ยังไร้มุมแหลมคมที่ทำให้เกิดอันตรายกับเด็กๆ นั่นเอง คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้เลยว่าเด็กๆ จะนั่งเล่นได้อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุอย่างแน่นอน

ชั้นวางหนังสือทรงต้นไม้ดีไซน์เก๋สุดน่ารัก ที่มีกิ่งก้านยื่นออกมา สามารถวางได้ทั้งหนังสือและของชิ้นเล็กๆ ไม่ว่าจะนำไปจัดวางตรงส่วนไหนของบ้านก็ดูน่ารักจนลืมชั้นหนังสือแบบเดิมๆไปเลย

อีกหนึ่งชั้นวางหนังสือจากตัวการ์ตูนสุดฮิต น่าจะถูกใจเด็กๆ หลายคน เพราะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมกับเด็กๆ ใช้งานง่าย สามารถหยิบหนังสือ หรือข้าวของได้อย่างสะดวกสบาย แถมยังน่ารักมากๆ อีกด้วย


เอาใจเด็กๆ กับ 9 เฟอร์นิเจอร์ น่าใช้ รับรองว่าต้องถูกใจอย่างแน่นอน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/

4
คอมพิวเตอร์ PC หรืออุปกรณ์เกมมิ่งพวกคีย์บอร์ดหรือเม้าส์ส่วนใหญ่มักจะเน้นในส่วนของประสิทธิภาพการใช้งานมากกว่าการออกแบบดีไซน์ แต่ว่าในบางครั้งการตกแต่งคอมพิวเตอร์ PC หรืออุปกรณ์เสริมให้ดูดีมีระดับมันก็ช่วยยกระดับให้ดูเหมือนเป็นสินค้าตัวแรงได้เช่นกัน

และในคราวนี้เราก็จะนำเสนออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีการดีไซน์สุดหรูที่เรียกว่าของไอเท็มสำหรับไฮโซเลยก็ว่าได้และมีราคาที่แพงสุดเอื้อมเป็นจำนวน 10 ชิ้นครับแต่จะมีอะไรกันบ้างตามไปดูกันเลย

คีย์บอร์ดสไตล์ยุคโบราณ

ราคา: $1650 (59,000 บาท)

ในยุคโบราณก่อนที่จะมีคีย์บอร์ดนั้นก็จะมีเครื่องพิมพ์ดีดให้ใช้งานแต่ถ้าหากนำคีย์บอร์ดยุคปัจจุบันกับเครื่องพิมพ์ดีดมารวมกันแล้วก็จะได้คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ที่มีปุ่มสไตล์เครื่องพิมพ์ดีดยุคโบราณอย่างที่เห็นในรูปด้านบนพร้อมกับโทนสีหม่นให้ความรู้สึกถึงความเก่าแก่และถ้าหากนำมันไปใช้ทำงานรับรองว่าต้องมีคนเหลียวมองกันทุกคนแน่นอน

เม้าส์รหัสมอส

ราคา: $550 (19,700 บาท)

เป็นการผสมผสานที่ลงตัวทีเดียวกับการนำเม้าส์ธรรมดามารวมกับเครื่องกดรหัสมอสโดยมีปุ่มคลิปซ้าย-ขวาเป็นก้านกดรหัสตัวฐานทำจากไม้โอ๊คชั้นดีแต่ดูลักษณะแล้วการใช้งานจริงท่าจะตะกุกตะกักมิใช่น้อยทีเดียว

เม้าส์ทองคำขาว

ราคา: $26,050 (935,000 บาท)

เป็นเม้าส์ที่ใคร ๆ ก็อยากจะสัมผัสมันสักครั้งแน่นอนเพราะมันเป็นเม้าส์ที่ทำจากทองคำขาว 18 กะรัตและประดับด้วยเพรชที่อยู่ตรงกลางมาในโทนสีเงินสุดหรู ส่วนคุณสมบัติข้างในของมันก็จะเป็นเม้าส์ไร้สายความละเอียด 1200 dpi แต่แค่วัสดุที่ใช้มันก็กินขาดแล้ว

Jupiter Gold PC

ราคา: $560,000 (20 ล้านบาทโดยประมาณ)

หากมองหา PC ที่มีประสิทธิภาพเยี่ยมและดูหรูหราไปในตัวด้วยขอแนะนำเจ้าสิ่งนี้ครับกับ Jupiter Gold PC คอมพิวเตอร์จาก Japan Zeus Computer ที่มาพร้อมกับ Core 2 Duo 3GHz E6850 , GeForce 8400GS , Hard Drive ขนาด 1TB หน้าจอมอนิเตอร์ขนาด 1920×1200 แต่เหนือสิ่งอื่นใด PC เครื่องนี้มีวัสดุทำมาจากทองคำแท้ล้วน ๆ ซึ่งสนนราคาแค่ครึ่งล้านดอลล่าร์เท่านั้นเอง

Jupiter Platinum Pc

ราคา: $746,000 (26 ล้านบาทโดยประมาณ)

แต่ถ้าหากไม่ชอบสีทองก็ต้องเครื่องนี้เลยครับกับวัสดุที่ทำมาจากแพลตินั่มล้วนที่มีในโทนสีขาวเงินสุดหรูหรามีระดับ ส่วนสเปคโดยรวมก็จะเหมือนกับ Jupiter Gold ทุกประการแต่ราคาจะบวกเพิ่มนิดหน่อยประมาณ 7 แสนดอลล่าร์ครับผม

Optimus Popularis

ราคา: $1,500 (53,800 บาท)

เป็นคีย์บอร์ดที่มีการออกแบบได้ล้ำสมัยมากด้วยฟังก์ชั่นปรับเปลี่ยนปุ่มกดได้ตามใจชอบโดยจะมีจอ LED แสดงผลด้านล่างคีย์บอร์ดว่าปุ่มนี้ใช้ทำอะไรบ้าง ผู้ใช้สามารถออกคำสั่งโปรแกรมต่าง ๆ ได้โดยที่ตัวคีย์บอร์ดจะออกแบบปุ่มกดให้เหมาะสมกับโปรแกรมนั้น ๆ แม้กระทั่งการเล่นเกมก็เช่นกัน Optimus Popularis ก็จะแสดงปุ่มกดที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้นครับและด้วยคุณสมบัติล้ำสมัยแบบนี้ราคาของมันถือว่าเอาเรื่องทีเดียวครับ


รวม 10 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่มีราคาระดับไฮโซและการดีไซน์สุดแปลกแหวกแนว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/อุปกรณ์คอมพิวเตอร์/

5
 เจ้าตัวนี้อาจจะมีคนรู้จักน้อยกว่าเพื่อนๆ ในอันดับอื่นๆ แน่นอน เพราะมันยังใหม่ มันถูกนำเข้ามาจากแอฟริกา ซึ่งมองภายนอกมันเหมือน “แมว” เรียกว่าเป็นแมวป่าก็คงไม่ผิดนัก ราคาค่างวดก็แค่ 20,000 อัพเท่านั้นเอง นิสัยส่วนตัวชอบอยู่โดดเดี่ยว ชอบปีนป่ายตามต้นไม้ กินพวกสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร ผลไม้บางชนิดก็กินนะ

อัตราความน่ารัก : 3 ดาว

อันดับ 9 เต่าเสือดาว
ปัจจุบันเต่าเสือดาวแอฟริกาใต้เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก เต่าชนิดนี้สามารถเติบโตจนมีขนาดกระดองยาวได้ถึง 23 นิ้ว เต่าเสือดาวแอฟริกาใต้มีลักษณะเฉพาะอีกประการหนึ่ง คือผิวหนัง”ตกกระ”พวกมันจะมีจุดดำเล็กๆกระจายตามผิวหนัง กระนี้เห็นได้ชัดในลูกเต่าที่เพิ่งฟักจากไข่และเต่าวัยอ่อนก่อนจะค่อยๆเลือนหายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น เต่าเสือดาวต้องการคอกเลี้ยงที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และควรจัดให้อยู่กลางแจ้งเสมอหากสภาพอากาศอำนวย หากอยู่ตามธรรมชาติจะเป็นสัตว์สันโดษและจะก้าวร้าวอาศัยต้องอยู่ร่วมกันอย่างแออัด เมื่อนำหลายตัวอยู่ด้วยกันต้องมีห้องหรือที่กำบังอย่างเพียงพอเพื่อให้พวกมันเลี่ยงการเผชิญหน้ากับตัวอื่นๆ และไม่ควรนำตัวผู้มาอยู่รวมกันเพราะพวกมันจะต่อสู้กันเพื่อแย่งสิทธ์ในการผสมพันธุ์ ด้วยความที่มันต้องการพื้นที่เยอะ และราคาที่สูงที่สุด บางตัวขายกันมากกว่า 250,000 บาทกันเลยทีเดียว และเนื่องด้วยมันเป็นเต่าที่มจากแอฟริกา อาหารหลักของมันจึงเป็นหญ้าครับ แต่ถ้าจะให้ผักเหมือนเต่าทั่วไปก็ได้ครับ ไม่มีปัญหา และนกเหนือจากนั้นหากมีการเสริมแคลเซียมให้เต่าด้วยก็จะเป็นการดีมากครับ
อัตราความนารัก : 4 ดาว

อันดับ 8 ชูก้าไกลเดอร์เผือก

เหตุที่มีคนสนใจน้อยเพราะราคามัน “สูง” กว่าชูก้าธรรมดาหลายเท่าตัว ซึ่งราคาปกติจะขายกันที่ 25,000 บาท แต่ด้วยความน่ารักของมันแล้วจึงทำให้เริ่มมีผู้นิยมเลี้ยงกันมากขึ้น
อัตราความน่ารัก : 5 ดาว

อันดับ 7 ชินชิล่า

ชินชิลล่า เป็นสัตว์ป่าซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเทือกเขา Andes ในแถบอเมริกาใต้ แถบประเทศอาเจนตินา โบลิเวีย ชิลี และเปรู ถูกมนุษย์นำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง เมื่อปี ค.ศ.1810 และสามารถเพาะขยายพันธุ์ในกรงเลี้ยงได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อปี ค.ศ.1900 ชินชิลล่าเป็นสัตว์ฟันแทะที่มีหูกางใหญ่คล้ายหนู ขนาดรูปร่างคล้ายกับกระต่าย ขนมีลักษณะแน่นและหนา เพื่อป้องกันตัวเองจากอากาศหนาวเย็นบนเทือกเขาสูง อุ้งเท้าออกแบบมาเพื่อการเดินบนแผ่นหิน มีหลากหลายสีสันเช่น สีเทา สีเทาอ่อน สีดำ หางยาวเป็นพวงคล้ายกระรอก ซึ่งคนทั่วไปคิดว่ามันเป็นหนูธรรมดา และราคาที่แพงไม่ใช่เล่นตกค่างวด 13,000 บาท จึงทำให้มันเป็นที่หมายปองแต่ไม่ซื้อไปเลี้ยงมากเท่าตัวอื่น และเนื่องจากนิสัยตามธรรมชาติของชินชิลล่าจะเป็นสัตว์ที่กระตือรือร้นและชอบสำรวจ ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องดูแลเอาใจใส่และควรจะพาออกไปเดินเล่นนอกกรงอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง เพื่อออกกำลังกายและลดความเครียดของเค้าครับ
อัตราความน่ารัก : 5 ดาว

อันดับ 6 เฟนเน็คฟ็อกซ์

เป็นจิ้งจอกที่เล็กที่สุดในโลกแห่งทะเลทรายซาฮารา กินอาหารทั้งพืชและสัตว์ ดำรงชีวิตอยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้ง ขนที่อุ้งเท้ามีความหนาเป็นพิเศษเพื่อให้พวกมันสามารถเดินบนทรายที่ร้อนระอุได้ ขนสีน้ำตาลอมส้มช่วยให้สามารถอำพรางตัวได้ดีในทะเลทราย วิธีการเลี้ยงสำหรับคนที่ไม่เคยเลี้ยงเฟนเน็คฟ็อกซ์มาก่อน ขั้นตอนง่ายๆ เหมือนกับการเลี้ยงสุนัขทั่วไป มีอุปกรณ์พื้นฐานได้แก่ กรงเลี้ยง ถ้วยอาหาร กระบอกขวดน้ำ และอาหารเม็ด อาจเสริมด้วยเนื้อไก่ต้ม เฟนเน็คฟ็อกซ์เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายแต่ต้องอยู่ในความดูแลเพราะเป็นสุนัขจิ้งจอกพันธุ์เล็ก มีกระดูกอ่อน ดั้งนั้นจึงเล่นขย้ำเหมือนสุนัขทั่วไปไม่ได้เพราะอาจจะทำให้เกิดกระดูกหักได้ ข้อควรระวังสำหรับเฟนเน็คฟ็อกซ์ คือเรื่องกระดูกที่หักเปราะง่ายและอาการท้องเสียเนื่องจากอาหารที่ผู้เลี้ยงให้ ทั้งต้องระวังเรื่องของเชื้อโรค หากยังให้วัคซีนไม่ครบซึ่งในระยะนี้ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะว่าเฟนเน็คฟ็อกซ์สามารถติดโรคที่อยู่ในเมืองได้ง่าย เนื่องจากในป่าไม่ค่อยมีโรค ไม่มีไข้หัด ไม่มีลำไส้อักเสบ ราคาค่าตัวของมันทำให้หลายๆ คนได้แต่ฝัน เพราะคู่ละ 100,000 บาท T^Tเฟนเน็คฟ็อกซ์มีความว่องไวเหมือนพังพอนสามารถจับแมลงได้อย่างรวดเร็ว สามารถกินงูหางกระดิ่งได้ หรือกินแมงป่องที่มีพิษได้เพราะเคลื่อนไหวเร็วกว่า เฟนเน็คฟ็อกซ์ จะตะปบจนเหล็กในหลุดหรือหักก่อนแล้วถึงจะกิน บางทีก็อาจจะกินลูกหนูขนาดเล็ก หรือไข่นกที่วางอยู่ตามพื้น เขาจะได้กินน้ำจากพืชเป็นส่วนใหญ่ อย่างพวกตระกูลตะบองเพชรเพราะในทะเลทรายหาน้ำยาก เขาก็จะกินน้ำจากพืชที่พอหาได้ ซึ่งพฤติกรรมตามธรรมชาติแล้วจะหากินแยกกันเป็นคู่และไม่ออกล่าเป็นฝูงอย่างที่เราเคยเห็น
อัตราความน่ารัก : 3 ดาว

อันดับ 5 เมียร์แคต

จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีขนาดลำตัวเล็ก น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม เมียร์แคตมีอุ้งเล็บที่มีลักษณะโค้งเพื่อใช้ในการขุด และมีจมูกไวมาก มีขนสั้นสีน้ำตาล มีขนเป็นแนวเส้นขนานพาดข้ามหลัง อาศัยและหาอาหารในโพรงดินที่ขุดขึ้น ที่คนชอบเพราะเลี้ยงง่าย เหมือนน้องหมา สามารถฝึกให้ขับถ่ายเป็นที่ได้สบายๆ ทานอาหารน้องหมาได้ แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงตกตัวละประมาณ 30,000 บาท ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง และมีความสามารถในการขุดโพรงสูงเชียวแหละ ใครอยากเลี้ยงต้องดูดีๆนะครับ


10 อันดับ สัตว์เลี้ยง แสนแปลก (แต่น่ารัก) ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/สัตว์เลี้ยง/

6
ตบะแตกขึ้นมาทันทีพอเห็นเมนูหมูฮ้อง สูตรอาหารไทย ใส่หมูสามชั้นเน้น ๆ ทีเด็ดคือใส่สับปะรดเพิ่มความนัวและความข้น เติมไข่ต้มหรือเห็ดหอมลงไปด้วยก็อร่อยดี

หมูฮ้อง ประวัติดั้งเดิมมาจากชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาอยู่ภาคใต้ โดยเรียกว่าหมูฮ้องฮกเกี้ยน แล้วก็แพร่หลายจนหมูฮ้องได้กลายเป็นอาหารท้องถิ่นภาคใต้ และเรียกตามท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น หมูฮ้องภูเก็ต หมูฮ้องตรัง สำหรับใครที่อยากลองทำหมูฮ้องภาคใต้กินเอง ขอนำเสนอวิธีทำหมูฮ้อง สูตรนี้ใส่สับปะรดเพิ่มความเปรี้ยวนิด ๆ เคี่ยวกับน้ำซอสสมุนไพรจนเปื่อยพอดี เติมไข่ต้มลงไปหน่อย เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยหนักมาก

คลิก
ส่วนผสม หมูฮ้อง
◆ รากผักชี
◆ พริกไทย
◆ กระเทียม
◆ หอมแดง
◆ หมูสามชั้น (หั่นเป็นชิ้น)
◆ ซีอิ๊วดำ
◆ สับปะรด 3-4 ชิ้น
◆ น้ำเปล่า
◆ ซีอิ๊วขาว
◆ น้ำตาลปี๊บ
◆ เกลือ
◆ ไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือไข่นกกระทาต้ม

วิธีทำหมูฮ้อง

ตำรากผักชี พริกไทย กระเทียม และหอมแดงรวมกันแล้วนำมาผัดจนหอม
ใส่เนื้อสามชั้นลงไปผัดพอผิวตึง ๆ ใส่ซีอิ๊วดำลงไปเพื่อทำสี จากนั้นใส่สับปะรดปั่นลงไป 3-4 ชิ้น จะช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยขึ้น มีความหอมและเปรี้ยวแทนน้ำมะขามหรือส้มแขก และทำให้น้ำข้นขึ้น
พอผัดหมูสามชั้นได้ที่ เติมน้ำลงไปพอท่วม
พอหมูใกล้เปื่อย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ และเกลือ ชิมรสหวานมาก่อน เค็มอ่อน ๆ ตาม มีรสเปรี้ยวจากสับปะรด


อาหารไทย หมูฮ้อง สูตรหมูต้มซีอิ๊ว พร้อมเคล็ดลับเด็ดเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/travel-and-foods/

7
จัดเต็ม! 10 ร้านโคโยตี้ สาวสวยในกรุงเทพฯ
เพ้อ ยินดีต้อนรับคุณด้วยสาวสวยสุดน่ารักที่พร้อมมาบริการคุณด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง ในบรรยากาศร้านสไตล์ Retro Cozy ที่เหมาะสำหรับนั่งชิลล์ๆ ก็ดี จะนั่งถ่ายรูปก็เก๋ แถมอาหารเครื่องดื่มก็ยังราคาไม่แพง สบายกระเป๋าจนไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมน่ารักๆ กับมุมแต่งตัวของสาวๆ แสนซนทั้งหลาย

ไม้โทผับแอนด์เรสเตอรองท์ สถานที่สำหรับคนรักแสงสี ที่กว้างขวางสะดวกสบาย บรรยากาศในร้านจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ชั้นล่าง ที่ประกอบไปด้วย เคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะพูล เวทีขนาดใหญ่ และโคโยตี้สาวสวย ซึ่งเรียกได้ว่าหากใครต้องการให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนแห่งความสนุกสนาน ความมันแบบไร้ขีดจำกัดก็เชิญได้เลย

The Resort Club คลับสุดหรูที่จะทำให้คุณสุภาพบุรุษได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่รายล้อมด้วยบรรดาสาวๆ มากมาย พร้อมโชว์อันน่าตื่นตาตื่นใจจากศิลปินชื่อดังต่างๆ ที่มาสร้างความสนุกสนานเฮฮาร่วมกับลีลาสุดมัน ของโคโยตี้สาวสวยเซ็กซี่สุดอลังการ

ไม้เอก นารีเริงระบำ ชื่อนี้คุ้นหูสำหรับนักท่องราตรีจนเรียกได้ว่า ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กับบริการสบายๆ แบบเป็นกันเองพร้อมสาวๆ วัยใส สุดน่ารักและเซ็กซี่ ที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อเริงระบำให้สมกับชื่อร้าน บัดนี้ร้านไม้เอกได้เปิดบริการในสถานที่ใหม่ โฉมใหม่ในสไตล์ไลท์ ฮอลล์ บนถนนเกษตร-นวมินทร์

Juicy Bar คลับเมมเบอร์โคโยตี้เบอร์หนึ่งย่านถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก เอาใจคนย่านฝั่งธนฯ ที่ต้องการความสุนทรีย์ที่ไม่เหมือนใคร หลีกหนีความซ้ำซากจำเจสำหรับนักเที่ยวยามค่ำคืนที่ต้องการพักผ่อนด้วยบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ เฮฮาปาร์ตี้แบบเป็นกันเองและสนุกสนานไปกับจังหวะดนตรีที่เร้าใจตลอดคืน ส่วนสาวๆ Coyote ของที่นี่ล้วนคัดมาเฉพาะ

Neverland Club คลับไฮโซหรูหรา พร้อมสะดุดตาในทุกๆ มุมมอง ละลานตาด้วยสาวๆ วัยแรกแย้ม ที่คัดเฉพาะสวยๆ หุ่นดีกว่าร้อยชีวิต พร้อมอลังการงานสร้างกับความตระการตาบนเวที ในทุกๆ ค่ำคืน



จัดเต็ม! 10 ร้านโคโยตี้ สาวสวยในกรุงเทพฯ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://tomorrowland.club/โคโยตี้/

8
ความหมายและแนวคิด ได้มีนักวิชาการหลายท่านได้เคยให้ความหมายเกี่ยวกับการพัฒนาองค์การไว้หลายแนวความคิดด้วยกัน ตัวอย่างเช่น

1. การพัฒนาองค์การ คือ ความพยายามอย่างมีแผน ที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การ เป็นความพยายามที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบขององค์การ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ควรมุ่งเน้นที่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การเป็นหลัก ไม่ใช่การมุ่งเน้นที่การเปลี่ยนแปลงของบุคคล แต่การเปลี่ยนแปลงของบุคคลที่เกิดขึ้น เป็นผลพลอยได้ของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การ

2. การพัฒนาองค์การ คือ กระบวนการปรับปรุงองค์การให้กลับสู่สภาวะใหม่ที่เหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิม โดยมุ่งที่ความกล้าในการยอมรับการเปลี่ยนแปลง เน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ที่จะนำเอาความใหม่และแปลกทั้งทางด้านเทคนิค วิทยาการ และทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามาสู่องค์การ

3. การพัฒนาองค์การ คือ กระบวนการปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์การ โดยใช้การวิจัยเชิงแก้ปัญหา ซึ่งมีลักษณะเป็นกระบวนการการแก้ปัญหาอย่างมีระบบเชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

1. การวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้นขององค์การ

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลจากองค์การ

3. การป้อนข้อมูลย้อนกลับให้แก่องค์การ

4. สำรวจปัญหาขององค์การจากข้อมูลที่ได้รับทั้งหมด

5. วางแผนปฏิบัติการ

6. ลงมือปฏิบัติการ

จากความหมายข้างต้น สรุปได้ว่า การพัฒนาองค์การ หมายถึง ความพยายามอย่างมีแผนและต่อเนื่อง เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วทั้งระบบ โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การ เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การ ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบและสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง และต้องใช้เครื่องมือและเทคนิคทางด้านพฤติกรรมศาสตร์ ประกอบกระบวนการวิจัยเชิงแก้ปัญหาเป็นแม่แบบ



ความหมายของการ พัฒนาองค์การ และปัจจัยสำคัญ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.tris.co.th/articles-and-knowledge/373/

9
สมัยนี้การทำอาหารในห้องครัวดูสนุกสนานขึ้นเยอะ อาจเป็นเพราะว่าอุปกรณ์ทำครัวต่าง ๆ ถูกพัฒนาให้มีความทันสมัยและสะดวกสบายมากขึ้น แถมมีดีไซน์สวยทันสมัยให้เลือกซื้ออีกด้วย เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ก็คืออีกหนึ่งความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่ถูกพัฒนาด้วยเช่นกัน

ด้วยความที่ดูเรียบหรูและใช้งานง่ายของ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า จึงทำให้หลายบ้านนิยมติดตั้งเอาไว้แทนเตาแก๊สแบบเดิม ๆ แต่การทำความสะอาดเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อให้คงประสิทธิภาพการใช้งานของมันได้นาน ๆ เป็นเรื่องที่ไม่หมูเลย แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะวันนี้เราได้นำวิธีทำความสะอาดเตาแม่เหล็กไฟฟ้า มาฝากให้คุณได้ลงมือทำกันแล้ว เชิญคุณแม่บ้านตามไปดูเทคนิคน่ารู้กันได้เลย

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

– ผ้าไมโครไฟเบอร์ ใช้เช็ดบนเตาให้แห้ง และเงาวับ

– ฟองน้ำใช้ขัดถูทำความสะอาด (ใช้เฉพาะด้านนุ่มเท่านั้น)

– น้ำร้อน ประมาณครึ่งชาม

– น้ำยาล้างจาน ใช้ 2 ช้อนชา เพื่อใส่ลงไปในน้ำร้อน

– ผ้าขี้ริ้ว ที่มีขนาดพอเหมาะพอที่จะคลุมเตาทั้งหมดได้

– เบกกิ้งโซดา ใช้โรยบนเตา เพื่อทำความสะอาด

– กระดาษทิชชู ไว้เก็บเศษสิ่งสกปรกเล็ก ๆ น้อย ๆ บนเตา

– ถุงมือยาง เพื่อความปลอดภัยจากความร้อน

วิธีการทำความสะอาด

1. เตรียมน้ำร้อนครึ่งไว้ครึ่งชาม จากนั้นใส่น้ำยาล้างจาน 2 ช้อนชา และคนให้เข้ากัน

2. นำผ้าขี้ริ้วชุบลงไปในน้ำที่ผสมน้ำยาล้างจานไว้แล้ว

3. โรยเบกกิ้งโซดาลงไปบนเตาแม่เหล็กไฟฟ้าให้ทั่ว

4. บิดผ้าขี้ริ้วที่ชุบน้ำยาให้พอหมาด แล้วเช็ดลงไปบนเบกกิ้งโซดาที่โรยไว้ ผ้าเปียกจะช่วยทำให้เบกกิ้งโซดาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แต่ถ้ามีคราบติดแน่น ก็ให้ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าหากตรงส่วนไหนบนผ้าเริ่มแห้ง ก็เทน้ำลงไปเล็กน้อย เพื่อให้เบกกิ้งโซดายังคงทำงานอยู่



น้ำยาล้างคราบน้ำมัน เตาแม่เหล็กไฟฟ้า กับวิธีทำความสะอาดที่น่ารู้ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.bcithailand.net/น้ำยาล้างคราบน้ำมัน/

10
ถ้าพูดถึงเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ต้องยอมรับเลยว่าบ้านเรานี่ช่างอุดมไปด้วยที่เที่ยวมากมาย หลากหลายแบบให้ไปสัมผัสความสนุกกัน แต่ ๆ ถ้าอยากไปเที่ยวได้ทุกวัย ทุกวัน แถมได้กระชับความสัมพันธ์ไม่ว่าจะกับครอบครัว เพื่อน หรือคู่รัก ด้วยกิจกรรมเพลิน ๆ ก็ต้องนี่เลยค่ะ “สวนสัตว์” นั่นเอง ที่นี่นอกจากจะได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้ว ยังได้ความรู้อีกด้วย

วันนี้เราก็เลยคัดสรร 8 สวนสัตว์น่าเที่ยวในเมืองไทยมาฝากกัน ซึ่งบรรยากาศของแต่ละสถานที่นั้นจะเป็นอย่างไร กิจกรรมแน่นแค่ไหน เราไปดูกันเลยค่ะ

1. สวนสัตว์ดุสิต กรุงเทพฯ

สวนสัตว์ดุสิต หรือที่เรารู้จักกันดีคือ เขาดิน สถานที่ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ ยอดฮิต อยู่ในย่านดุสิต เดินทางก็ง่าย ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ อื่น ๆ ในกรุงเทพฯ ด้วย

ก่อนอื่นขอเล่าถึงที่มาที่ไปของเขาดินสักนิดนะคะ ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2438 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างที่นี่เป็นสวนพฤกษชาติส่วนพระองค์ ซึ่งมีทั้งสระน้ำและต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิด มีชื่อเรียกครั้งแรกว่า “เขาดินวนา” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 ก็ได้เปิดให้ประชาชนเข้าเที่ยวชม จนกระทั่งรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ดำเนินการจัดทำเป็นสวนสาธารณะ พร้อมทั้งเริ่มย้ายกวางดาว และสัตว์อื่น ๆ มาไว้ที่เขาดินวนา เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 ได้มีการให้เรียกที่นี่ใหม่ว่า “สวนสัตว์ดุสิต” กลายเป็นสวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งก็เปิดให้เป็นสวนสาธารณะและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนเรื่อยมา

ปัจจุบันเขาดินมีส่วนจัดแสดงสัตว์นานาชนิด มีสัตว์ดาวเด่นที่ไม่ควรพลาดไปแวะเที่ยวชมมากมาย ทั้งส่วนจัดแสดงลิง ค่าง, ส่วนจัดแสดงฮิปโปโปเตมัส, ส่วนจัดแสดงสัตว์แอฟริกา, ส่วนจัดแสดงหมี, ส่วนจัดแสดงสัตว์เลื้อยคลาน, ส่วนจัดแสดงสัตว์ป่าสงวน และส่วนจัดแสดงโคอาลา ฯลฯ


ตะลุย ท่องเทียว สวนสัตว์น่าเที่ยวในไทย ใกล้ที่ไหนไปกันเลย ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/travel-and-foods/

11
ขอตามกระแสรายการมาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ (MasterChef Thailand) ด้วยการทำอาหารอินเดีย หรืออาหารเอเชียน เหมือนผู้เข้าแข่งกันสักหน่อยขอนำเสนอวิธีทำอาหารอินเดีย มีทั้งอาหารจานเดียว เมนูกับข้าว อาหารว่าง ขนมหวาน และเครื่องดื่ม เลือกจิ้มสูตรที่ชอบแล้วเข้าครัวกันเลยจ้า

1. แกงไก่ทิกก้ามาซาล่า

แกงไก่แบบไทย ๆ ก็กินบ่อยแล้ว ลองมาทำแกงไก่สไตล์อินเดียบ้างดีกว่า พบกับแกงไก่ทิกก้ามาซาล่า (Chicken Tikka Masala) หรือแกงกะหรี่ไก่แดง สูตรนี้ใส่ผงมะสล่ากลิ่นหอมผสมกับซอสมะเขือเทศเข้มข้น และเพิ่มความเผ็ดจากพริกป่น กินกับข้าวสวยร้อน ๆ

ส่วนผสม แกงไก่ทิกก้ามาซาล่า

• ขิง (ปอกเปลือก) 1+1/2 นิ้ว
• กระเทียม (ปอกเปลือก) 4 กลีบ
• หอมใหญ่ (ปอกเปลือก) 1/2 ลูกใหญ่
• เนื้ออกไก่ลอกหนัง (หั่นเต๋า) 1.5 ปอนด์ หรือประมาณ 680 กรัม
• ผงมะสล่า 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
• น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
• ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 1 ช้อนโต๊ะ
• ผงพริกปาปริก้า 1+1/2 ช้อนชา
• พริกป่นคาเยน 1/4 ช้อนชา
• เนื้อมะเขือเทศบด 1 กระป๋อง (ประมาณ 28 ออนซ์)
• กรีกโยเกิร์ต 1/2 ถ้วย
• น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ
• ผักชีเด็ดเป็นใบ 1/4 ถ้วย
• ข้าวหอมมะลิหรือข้าวมาสมาติ หุงสุก

ส่วนผสม ผงมะสล่า

• ผงยี่หร่า 2 ช้อนโต๊ะ
• ลูกผักชีป่น 2 ช้อนโต๊ะ
• พริกไทยดำป่น 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
• กระวานผง 1 ช้อนโต๊ะ
• ผงอบเชย 1 ช้อนโต๊ะ
• ผงจันทน์เทศ 1+1/2 ช้อนชา

วิธีทำผงมะสล่า

คนผสมทุกอย่างพอเข้ากัน

วิธีทำแกงไก่ทิกก้ามาซาล่า

1. เอาขิงกับกระเทียมลงไปปั่นในเครื่องผสมอาหารจนละเอียด ใส่หอมใหญ่ลงไป ปั่นจนละเอียด เตรียมไว้
2. หมักเนื้อไก่กับผงมะสล่า 1+1/2 ช้อนชา และเกลือ นวดผสมจนเข้ากัน
3. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลางค่อนข้างสูง ใส่น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ไก่หมักลงไปผัดพอสุก ประมาณ 6-7 นาที ตักใส่ภาชนะ
4. ตั้งกระทะอันเดิม ใช้ไฟปานกลางค่อนข้างสูง ใส่น้ำมันที่เหลือ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ส่วนผสมหอมใหญ่ลงไปเคี่ยวจนนุ่มประมาณ 3 นาที ใส่ซอสมะเขือเทศเข้มข้นลงไป ผงมะสล่าที่เหลือ 1 ช้อนโต๊ะ ผงพริกปาปริก้า และพริกป่นคาเยน คนผสมจนเข้ากัน ประมาณ 30 วินาที ใส่เนื้อมะเขือเทศบด ปรุงรสด้วยเกลือ เคี่ยวอีกประมาณ 2 นาที (สามารถเคี่ยวจนเปื่อยตามชอบ ถ้าซอสมะเขือเทศเข้มข้นเกินไปสามารถเติมน้ำลงไปได้) ใส่ไก่ลงไปเคี่ยวประมาณ 1 นาที ปิดเตา ใส่กรีกโยเกิร์ตและน้ำเลมอน คนผสมพอเข้ากัน จัดเสิร์ฟกับข้าวสวย แต่งด้วยผักชี

หมายเหตุ : ใครอยากทำครีมราดหน้าแบบเข้มข้น ผสมเฮฟวี่ครีม 1/4 ถ้วยกับโยเกิร์ต 1/4 ถ้วย คนผสมจนเข้ากัน



วิธีทำอาหารอินเดีย หลาก เมนูอาหาร อร่อยแบบโฮมเมดตามกระแส ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

12
ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวขาวใส และหากจะขาวใสขึ้นได้ในราคาประหยัด ปลอดภัย ก็คงเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย วันนี้เราเลยหยิบเอาสูตรผิวขาวจากวัตถุดิบธรรมชาติรอบตัวมาฝาก ทำยังไงบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.ขมิ้น

ขมิ้น เป็นสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณเด่นในเรื่องของการดูแลรักษาผิวพรรณ ซึ่งในยุคโบราณจะนำไปทำเป็นเครื่องประทินผิวและยังเป็นยาสมุนไพรรักษาอาการของผด ผื่นคันได้ด้วย จนถึงยุคปัจจุบันก็ยังคงนิยมใช้กันอยู่ เพราะขมิ้นจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว จะช่วยให้ผิวพรรณแลดูกระจ่างใสมากขึ้น

2.น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง มักจะถูกนำไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายชนิด เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติช่วยสมานผิว ช่วยกักเก็บน้ำให้คงความชุ่มชื้นต่อผิว ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นอยู่เสมอและยังปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ น้ำผึ้งจึงมักเป็นตัวเลือกที่ดีในการดูแลผิว เพราะสามารถคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราได้

3.มะเขือเทศ

มะเขือเทศ ช่วยบำรุงและดูแลผิวพรรณได้หลายทาง ทั้งกินทั้งพอกบนใบหน้าก็ได้ เพราะประโยชน์ของมะเขือเทศมีมากมาย มีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ขอแนะนำสูตรการใช้มะเขือเทศในการดูแลผิวหน้าง่ายๆ โดยคั้นเอาน้ำมะเขือเทศเตรียมไว้ นำสำลีชุบน้ำมะเขือเทศทาให้ทั้งใบหน้าและนวดเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก ก็จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นได้ นับเป็นสูตรหน้าใสที่ต้องลอง

4.มะขามเปียก

มะขามเปียก เป็นสมุนไพรที่มีอยู่ในครัวเรือนกันแทบทุกบ้านเลยก็ว่าได้ ด้วยมะขามเปียกมีรสชาติเปรี้ยวและมีฤทธิ์เป็นกรด จึงมี AHA ที่สามารถใช้ขัดผิวได้ จะช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาพอกหน้าและพอกผิวกายได้ ก็จะทำให้ผิวกลับมาเนียนนุ่มและดูกระจ่างใส ซึ่งการพอกหน้าด้วยมะขามเปียกมีด้วยกันหลายสูตร แต่ขอแนะนำสูตรง่ายๆ คือ นำมะขามเปียก 1 ก้อน มาผสมนมสดรสจืดและน้ำผึ้ง ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก เป็นสูตรหน้าใสที่ได้รับความนิยมอย่างมากเลยล่ะ

5.ไพล

ไพลเป็นสุมนไพรที่มีมาแต่โบราณเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับขิง ข่า คู่กับความสวยงามของสาวๆ มาจนถึงปัจจุบัน ไพลมักเป็นสมุนไพรที่ถูกนำไปเป็นส่วนผสมของยาอบสมุนไพร ที่ช่วยสมานผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ลดริ้วรอย จุดด่างดำและป้องกันการเกิดสิว เพียงนำไพลมาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วปั่นผสมร่วมกันกับดินสอพองจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเติมน้ำสะอาดที่ต้มสุกแล้ว 1 ถ้วยตวง ปั่นให้เข้ากัน แล้วปั้นเป็นก้อนตากแดดให้แห้งเก็บใส่ขวดโหลไว้ ตอนใช้ก็นำมาผสมน้ำเล็กน้อยแล้วพอกไว้ก่อนนอน เป็นทั้งสูตรหน้าใสและป้องกันสิวในตัวเลยทีเดียว

เคล็ดลับพอกหน้าง่ายๆ เหล่านี้ สาวๆ ทำตามได้ไม่ยากเลยค่ะ หาสมุนไพรชนิดไหนได้ง่าย ก็ใช้สมุนไพรชนิดนั้นตามความสะดวกได้เลย รับรองงานนี้ผิวสวยและขาวใสชัวร์



เคล็ดลับดูแลผิวให้ ขาวใส มีออร่า สวยสะกดตาด้วยวัตถุดิบรอบตัว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

13
ในที่สุดก็เจอวิธีทอดไข่ชะอมให้ฟูหนา เคล็ดลับทำง่ายด้วยหม้อบ้าน ๆ นี่แหละ ทอดเสร็จหนาเป็นนิ้ว อร่อยเต็มปากเต็มคำ ทำได้เองที่บ้าน


จากที่เคยกินเมนูไข่เจียวชะอมแบนแห้งแนบกับจาน ลองเปลี่ยนมาทอดในหม้อเล็ก ๆ กันดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทอดไข่ชะอมให้ฟูหนา ทำง่าย ๆ แค่ใช้หม้อบ้าน ๆ เนื้อหนานุ่มกรอบนอก กินกับน้ำพริกกะปิ หรือแกงส้มก็ได้ทั้งนั้น ต่อไปนี้ไม่ต้องไปกินที่ร้านกันแล้ว ทำเองง่าย ๆ เลย


วิธีทอดไข่ชะอมให้ฟู ๆ หนา ๆ น่ากิน


• ใครชอบกินไข่ชะอม มีวิธีทอดไข่ชะอมให้ฟู ๆ หนา ๆ น่ากิน เย็นนี้ตำน้ำพริกกะปิรอได้เลย


ส่วนผสม ไข่ชะอม


• ไข่ไก่ 3 ฟอง
• เกลือป่น
• พริกไทยดำ
• ซีอิ๊วขาว
• ชะอม
• น้ำมันพืช


วิธีทอดไข่ชะอม


• ล้างทำความสะอาดชะอม ใช้มีดสับชะอมจนละเอียด ตอกไข่ใส่ชาม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย จากนั้นก็ใส่ชะอมตามลงไป ตีผสมให้เข้ากัน


วิธีทอดไข่ชะอม


• ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใช้หม้อเล็ก ๆ สำหรับทอดจะได้รูปทรงที่สวย พอน้ำมันร้อนก็เทไข่ชะอมลงไปทอด ใช้ตะหลิวตะล่อม ๆ แล้วกลับอีกด้านทอดต่อให้สุก


วิธีทอดไข่ชะอม


• หั่นพอดีคำ ยิ่งถ้ามีน้ำพริกกะปิแล้วก็อร่อยแน่ ๆ


วิธีการทำไข่ทอดชะอม




สูตรอาหาร ทอดไข่ชะอมให้ฟูหนา ใช้หม้อทอดง่าย ๆ ทำได้เองไม่ง้อเชฟ ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

14
ใครกำลังมองหาไอเดีย แบบบ้านชั้นเดียว วันนี้ Gurubaan ได้รวบรวมแบบบ้านชั้นเดียวหลากหลายสไตล์ ด้วยงบประมาณการก่อสร้างตั้งแต่ 3.5 แสนบาท – 1 ล้านบาท มาฝากค่ะ

ปัจจุบัน บ้านชั้นเดียว ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีราคาไม่สูงและดูแลง่าย อีกทั้งยังปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัยที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่ใช้วีลแชร์ คุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเกิดอุบัติเหตุขณะขึ้นลงบันได นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่ครองความโสด อยู่คนเดียวเพียงลำพังอีกด้วยค่ะ สำหรับบทความนี้ Gurubaan ได้รวบรวมแบบ บ้านชั้นเดียว สไตล์ต่างๆ ด้วยงบประมาณการก่อสร้างตั้งแต่ 3.5 แสนบาท – 1 ล้านบาท มาฝากเพื่อนๆ ค่ะ

1.แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นลอฟท์

แบบบ้านสไตล์แรกที่เราอยากแนะนำ ก็คือ โมเดิร์นลอฟท์ ทั้งสวย เก๋ และทันสมัยสุดๆ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 90 ตารางเมตร ขนาดแปลนกว้าง 8.00 เมตร ลึก 13.50 เมตร พร้อมด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว ห้องรับแขก และบริเวณซักล้างหลังบ้าน

สำหรับงบประมาณการก่อสร้างจะอยู่ที่ 1.3 ล้านบาท บางคนอาจถือว่าสูงพอสมควร แต่ก็คิดว่าคุ้มค่าค่ะ เนื่องจากมีพื้นที่กว้าง รองรับสมาชิกภายในบ้านได้เยอะ ส่วนเรื่องการตกแต่ง บริเวณห้องรับแขกกับห้องครัว สามารถนำเคาน์เตอร์มาตั้งระหว่างกลางไว้สำหรับนั่งกินอาหาร ดื่มน้ำ หรือนั่งพูดคุยกับเพื่อนฝูงก็ชิคไปอีกแบบค่ะ

2.แบบบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิกครอล

สำหรับแบบบ้านสไตล์นี้เน้นความสบาย พื้นที่เปิดโล่ง เหมาะกับวัยทำงาน ตื่นไปทำงานแต่เช้า กลับเข้าบ้านดึก ไม่มีเวลาทำอาหารกินเอง หรือกินข้าวนอกบ้าน บางมื้ออาจจะหิ้วกลับมากินที่บ้าน เนื่องจากบ้านหลังนี้จะมีครัวขนาดเล็ก ไว้สำหรับจัดเตรียมอาหาร หรือทำเป็นส่วนรับประทานอาหาร

ในส่วนของแปลนมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 78 ตารางเมตร กว้าง 7.50 เมตร ลึก 9.50 เมตร มี2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถยนต์ ซึ่งดูจากพื้นที่ใช้สอยแล้วค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว คุณจะได้ห้องโถงที่กว้าง ส่งเสริมการพักผ่อนของคุณให้ดียิ่งขึ้น หากจะให้คำนวณราคาก็อยู่ที่ประมาณ 500,000 บาท เนื่องจากไม่ได้มีการกั้นห้องมากนัก และยังใช้วัสดุน้อย เมื่อเทียบกับความสวยงามก็ถือว่าคุ้มค่าใช้จ่ายค่ะ

3.แบบบ้านบรรยากาศชนบท

บ้านหลังนี้ใช้งบราคาประมาณ 6.5 แสนบาท พร้อมพื้นที่ใช้สอย 73 ตารางเมตร ซึ่งเหมาะกับครอบครัวที่มีขนาดเล็ก คุณจะได้บ้านชั้นเดียว 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ห้องพักผ่อน ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร และระเบียง เรียกได้ว่าครบทุกอย่างที่คุณต้องการ ด้วยโครงสร้างที่ไม่ยุ่งยาก เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ผนังภายนอกตกแต่งด้วยไม้เกล็ดซ้อน ทาสีเขียวเข้ม มีเฉลียงขนาดกะทัดรัดหน้าบ้านให้นั่งตากอากาศได้

ส่วนภายในห้องนอนจะตกแต่งผนังด้วยวอลเปเปอร์ลายดอกไม้สีอ่อน กับเตียงไม้เรียบง่ายตามสไตล์บ้านตากอากาศ ส่วนห้องรับแขกตกแต่งด้วยโซฟาบุผ้าลายสกอตสีโทนเขียวแนวคันทรี่ อีกด้านหนึ่งเป็นส่วนของห้องครัว ชุดครัวและโต๊ะรับประทานอาหารมีความเรียบง่าย ทำให้บ้านดูผ่อนคลายดีค่ะ

4.แบบบ้านชั้นเดียวมีห้องพักผ่อนส่วนตัว

จุดเด่นของบ้านหลังนี้ก็คือ ทุกห้องจะอยู่รอบๆ บ้าน โดยภายในบ้านจะมี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พื้นที่ซักล้างหลังห้องครัว และห้องพักผ่อน 1 ห้อง ตัวบ้านขนาด 16×16.50 เมตร พื้นที่ใช้สอย 150 ตารางเมตร และจุดศูนย์กลางบ้านจะเป็นโถงขนาดใหญ่ และห้องพักผ่อนขนาดใหญ่อีก 1 ห้อง คุณสามารถปล่อยเป็นห้องโล่งๆ โดยไม่ต้องกั้นผนังพักผ่อนกับโถงบ้านก็ได้ หรือจะกั้นเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับราคาการก่อสร้างบ้านหลังนี้ก็จะสูงหน่อย ประมาณ 1 ล้านบาทค่ะ เนื่องจากพื้นที่บ้านมีขนาดกว้าง และมีการกั้นห้องอยู่หลายห้อง ทำให้ใช้วัสดุเยอะ ราคาเลยสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ

5.แบบบ้านงบประมาณ 600,000 บาท

ไอเดีย บ้านชั้นเดียวบ้านชั้นเดียว ที่นิยมสร้างกันจะมีขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับแขก และส่วนรับประทานอาหาร โดยตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 64 ตารางเมตร ขนาดตัวบ้าน กว้าง 6 เมตร ลึก 11.50 เมตร ขนาดที่ดินกว้างประมาณ 10 เมตร ลึก 15.50 เมตร ในส่วนของการออกแบบ บริเวณตัวโถงบ้านจะโล่งยาวจากหน้าบ้านไปถึงห้องรับแขก สามารถมองผ่านทะลุไปถึงส่วนรับประทานอาหาร และห้องครัวได้ ส่วนด้านหลังห้องครัวจะมีที่ซักล้าง ซึ่งบ้านลักษณะนี้เหมาะกับผู้ที่มีครอบครัวขนาดเล็ก อาจจะมีสมาชิกในบ้านประมาณ 3-4 คน ซึ่งกำลังพอดีกับขนาดบ้าน ส่วนเรื่องราคานั้นอาจจะต้องปรึกษากับผู้รับเหมาอีกที ซึ่งคุณอาจจะได้บ้านที่ราคาถูกกว่า หรือแพงกว่านี้อีกนิด เนื่องจากราคาวัสดุที่ใช้มีการปรับขึ้นลงอยู่เสมอ




รวมไอเดียแบบ บ้านชั้นเดียว ราคาไม่แพง ดูเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/บ้านชั้นเดียว/

15
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างเมื่อใช้งานไปนานๆ ก็ย่อมมีปัญหาจุกจิกตามมาเสมอ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ก็เช่นกัน เมื่อใช้ไปนานวันมักจะมีปัญหากวนใจ ทำให้คุณต้องนำเครื่องไปซ่อมทุกครั้ง จะดีแค่ไหนหากคุณสามารถซ่อม หรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเงินเลย

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างโน๊ตบุ๊ค เมื่อใช้งานไปได้สักพักก็มักจะมีอาการรวน เปิดเครื่องไม่ได้ เครื่องดับ จนกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อที่จะต้องนำเครื่องไปร้านซ่อมทุกครั้งที่มีปัญหา วันนี้ Potatotechs มีเกร็ดความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจุกจิกที่มักเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ที่คุณซ่อมเองได้โดยไม่ต้องง้อช่างซ่อม ลองมาดูกันค่ะ ว่าจะมีปัญหาอะไรบ้างที่เราสามารถแก้ไขได้เอง

ปัญหากวนใจที่มักพบเจอ

1.Notebook เปิดไม่ติด

ถือว่าเป็นปัญหาเล็กๆ ที่เกิดขึ้นได้บ่อยมาก กดปุ่ม Power แล้วไม่ติด หรือบางทีไฟติดแต่หน้าจอไม่แสดงภาพ หากใครพบปัญหารบกวนเหล่านี้อยู่บ่อยครั้ง ลองทำตาม 4 วิธีนี้ดูนะคะ

1.1 เมื่อกดปุ่ม Power แล้วไฟ LED ติด แต่หน้าจอไม่ติด ให้ลองกดปุ่ม Power ค้างไว้ 15-30 วินาทีค่ะ แล้วกดเปิดอีกครั้ง

1.2 เป็นเพราะปัญหาของ RAM ในเครื่องเสีย ลองถอด RAM ออกมาทำความสะอาดแล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่ จากนั้นลองเปิดเครื่องดูอีกครั้ง

1.3 ถ้าหน้าจอไม่ติด ลองกดปุ่ม CTRL, ALT และ DEL พร้อมกันทั้ง 3 ปุ่ม แล้ว Restart เครื่อง

1.4 ถ้าหน้าจอไม่ติด ลองยก โน๊ตบุ๊ค ขึ้นมาเขย่าเบาๆ เพราะปัญหาอาจจะเกิดจากการที่การ์ดจอหลวม ทำให้หน้าจอไม่ติด

2.ใช้งานอยู่แล้วเครื่องดับเอง

ถ้าคุณกำลังใช้งานอยู่เกิดอาการดับไปเอง ปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดมาจากความร้อน ใช้งานในบริเวณที่มีอุณหภูมิร้อนเกินไป หรือพัดลมระบายอากาศเสีย ทำให้ไม่สามารถระบายความร้อนเครื่องได้ ส่งผลให้เครื่องเกิดอาการ Overheat และดับไป สำหรับ Notebook นั้น หลักๆ แล้วจะมีอุปกรณ์ที่ช่วยระบายความร้อนด้วยกัน 2 ตัว คือ

Heat Sink : คือ อุปกรณ์ระบายความร้อนจาก CPU หรือการ์ดจอ จะมีลักษณะเป็นอลูมิเนียม หรือหลอดทองแดง

Cooling Fan หรือ พัดลมระบายความร้อน : ระบบที่ช่วยระบายความร้อนที่สำคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์ ในขณะที่เครื่องทำงานจะเกิดความร้อนในตัว อุปกรณ์นี้จะช่วยรักษาอุณหภูมิของเครื่องไม่ให้พุ่งสูงเกินไปกว่าที่ตัวเครื่องจะทนได้ ยิ่งใช้งานหนัก หรือเครื่องมีการประมวลผลมากเท่าไร ความร้อนภายในเครื่องก็จะสูงตามไปด้วย หากพัดลมระบายความร้อนตัวนี้เสีย อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดอาการ Overheat หรือ CPU ไหม้ได้

หากช่องระบายความร้อน หรือ Heat Sink มีฝุ่นละอองอุดตัน ทำให้ความร้อนสะสมภายในเครื่องได้ รวมถึง CPU ร้อนเกิน ส่งผลให้เครื่องเกิดอาการค้าง หรือดับไปเองได้ค่ะ สามารถแก้ไขได้โดยถอดเคสตัวเครื่องออกมา จัดการทำความสะอาด Heat Sink หรือพัดลมระบายความร้อน (โน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่นจะวางตำแหน่งอุปกรณ์ 2 ตัวนี้แตกต่างกัน อาจอยู่ติดหรือแยกจากกัน)



ซ่อม โน๊ตบุ๊ค เองได้ก่อนคิดเข้าศูนย์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

หน้า: [1] 2 3