แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 28
1
ถ้าเราขุดบ่อลงไปบริเวณแหล่งน้ำในดิน เราเรียกบ่อน้ำชนิดนี้ว่า บ่อน้ำในดิน และถ้าขุดบ่อลึกลงไปมาก ๆ หรือใต้ชั้นหินจนถึงระดับน้ำบาดาล เราเรียกบ่อน้ำชนิดนี้ว่า บ่อน้ำบาดาล

น้ำธรรมชาติที่มีส่วนเกี่ยวพันกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ สัตว์ และความเจริญของพืชพันธุ์ ได้แก่ น้ำบนผิวดิน ในแต่ละวัน คนเราต้องใช้น้ำจำนวนมากทั้งในด้านการอุปโภค บริโภค การประกอบอาชีพ เช่น การประมง เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เป็นต้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องช่วยกันรักษาแหล่งน้ำธรรมชาติเหล่านี้ให้สะอาดอยู่เสมอ หากปล่อยให้มีสิ่งสกปรก เช่น ขยะ หรือน้ำทิ้ง ลงปะปนอยู่ในน้ำธรรมชาติ ก็จะทำให้แหล่งน้ำนั้นกลายเป็นน้ำเสียในภายหลัง เมื่อแหล่งน้ำดีกลายเป็นน้ำเสีย ก็จะเป็นอันตรายต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคน พืช และสัตว์ ไม่เฉพาะแต่พื้นที่เดียวเท่านั้น อาจขยายบริเวณภยันตรายกว้างไกลออกไปทั้งชุมชนละแวกนั้น ๆ ได้

คุณประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของน้ำคือ อาชีพทางน้ำ
น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ทั้งในด้านการอุปโภคและบริโภค

สาเหตุที่จะทำให้น้ำในแม่น้ำลำคลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติอื่น ๆ กลายเป็นน้ำเสีย กล่าวโดยสรุปได้แก่

1. สิ่งปฏิกูลจากบ้านเรือน

ที่อยู่อาศัยของชนที่อยู่รวมกันเป็นชุมชนเป็นย่านที่อยู่อาศัย และย่านการค้าขาย ในอาณาบริเวณดังกล่าวนี้ ย่อมจะมีน้ำทิ้งจากการอุปโภคและบริโภค เช่น น้ำจากการซักล้างและการทำครัว น้ำจากส้วมที่ไม่ได้ผ่านการบำบัดให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำลำคลอง น้ำทิ้งเช่นนี้จะทำให้เกิดน้ำเน่าน้ำเสียได้

2. สิ่งปฏิกูลจากการเกษตรกรรม

ในการเพาะปลูกปัจจุบันนี้ เกษตรกรใช้สารเคมีมากขึ้น เช่น ปุ๋ย สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งบางชนิดสลายตัวยาก สารอาจจะตกค้างอยู่ตามพืชผักผลไม้ ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภค และบางส่วนอาจจะกระจายอยู่ตามพื้นดิน เมื่อฝนตกน้ำฝนจะชะล้างลิ่งเหล่านี้ลงแม่น้ำลำคลอง เป็นเหตุให้กุ้ง ปลา หอย ปู และสัตว์น้ำอื่น ๆ เป็นอันตรายถึงตายได้ ถ้าสัตว์น้ำได้รับสารเคมีบางชนิดในปริมาณไม่มาก ก็อาจสะสมอยู่ในตัวสัตว์ เมื่อคนจับสัตว์น้ำเหล่านี้มาทำอาหาร สารเคมีนั้นก็จะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายของคนอีกทอดหนึ่ง

บริเวณเพาะปลูกอาจมีมูลสัตว์ปนอยู่ เมื่อฝนตกหรือเมื่อใช้น้ำรดพืชผักผลไม้ น้ำก็จะชะล้างสิ่งปฏิกูล คือมูลสัตว์นี้ลงสู่แม่น้ำลำคลอง ในมูลสัตว์อาจมีเชื้อโรคและพยาธิปนอยู่ เป็นเหตุให้ผู้ใช้แม่น้ำลำคลองได้รับเชื้อโรคจากสิ่งปฏิกูลนั้นได้

3. สิ่งปฏิกูลจากการอุตสาหกรรม

โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปใช้น้ำในปริมาณมากน้อยแตกต่างกัน น้ำที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องมือและพื้นที่ในโรงงาน และน้ำทิ้งจากโรงงาน จะเป็นน้ำเสียไหลลงสู่แม่น้ำลำคลอง บางโรงงานอาจมีวัสดุเหลือจากผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบางประเภทปนไปกับน้ำทิ้งทั้งหมดนี้ เป็นเหตุให้น้ำในแม่น้ำลำคลองเน่า ส่งกลิ่นเหม็น มีสารพิษปะปนอยู่กลายเป็นมลภาวะที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้น


บำบัดน้ำเสีย สิ่งปฏิกูลจากโรงงานอุตสาหกรรม คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/บำบัดน้ำเสีย/

2
ถ้าหากคุณอยากสังสรรค์ในสถานที่ที่มีผู้หญิงสวยๆคอยเสริฟเครื่องดื่มและพูดคุยกับคุณ เราได้รวบรวมร้านโคโยตี้และเล้าจน์ชั้นนำในกรุงเทพที่มีน้องๆพีอาร์ พริตตี้ และโคโยตี้สาวแสนสวยที่จะคอยสร้างความสุขให้กับคุณทุกค่ำคืน หลากหลายทางเลือกทั้งแบบห้องคาราโอเกะและห้องวีไอพี ร้านหรู ใหญ่ ปลอดภัย สะอาด เที่ยวอย่างมีความสุข

ผับ โคโยตี้ สวย พริตตี้ขาว น่าเช็คอินในกรุงเทพฯ ไปป่ะล่ะ! เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันทุกค่ำคืน แต่ละร้านบอกเลยว่า เห็นรูปแล้วน่าไปเช็คอินมาก

ยินดีต้อนรับคุณด้วยสาวสวยสุดน่ารักที่พร้อมมาบริการคุณด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง ที่เหมาะสำหรับนั่งชิลล์ๆ ก็ดี จะนั่งถ่ายรูปก็เก๋ แถมอาหารเครื่องดื่มก็ยังราคาไม่แพง สบายกระเป๋าจนไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมน่ารักๆ กับมุมแต่งตัวของสาวๆ แสนซนทั้งหลาย
ผับแอนด์เรสเตอรองท์ สถานที่สำหรับคนรักแสงสี ที่กว้างขวางสะดวกสบาย บรรยากาศในร้านจะมี เวทีขนาดใหญ่ และโคโยตี้สาวสวย ซึ่งเรียกได้ว่าหากใครต้องการให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนแห่งความสนุกสนาน ความมันแบบไร้ขีดจำกัดก็เชิญได้เลย

คลับสุดหรูที่จะทำให้คุณสุภาพบุรุษได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่รายล้อมด้วยบรรดาสาวๆ มากมาย พร้อมโชว์อันน่าตื่นตาตื่นใจจากศิลปินชื่อดังต่างๆ ที่มาสร้างความสนุกสนานเฮฮาร่วมกับลีลาสุดมัน ของโคโยตี้สาวสวยเซ็กซี่สุดอลังการ

แหล่งบันเทิงที่จะมอบความสุขและความสนุกให้กับคุณในทุกๆ คืน คุณจะได้พบกับความมันส์อย่างเต็มรูปแบบทั้งแสง สี เสียง และสุขใจไปกับเหล่า พริตตี้สาวสวยที่มามอบความสุขให้คุณ พร้อมดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีมากฝีมือและโชว์จากโคโยตี้สาวสวยที่จะมากระตุกต่อมให้คุณได้สนุกสุดเหวี่ยงและแดนซ์กระจายไปตลอดทั้งคืน หากคืนนี้คุณกำลังมองหาแหล่งสังสรรค์


โคโยตี้ เราจะพาไปเที่ยวไนท์คลับยามราตรี http://tomorrowland.club/โคโยตี้/

3
นกกรงหัวจุก นกตัวน้อย ปราดเปรียว เสียงไพเราะ หลายคนตั้งฉายามันคือ "นักรบราวเหล็ก" นั่นก็คือ เวลานำกรงขึ้นราวเหล็กในสนามแข่งขันการประกวดเสียงนกร้อง นักรบตัวน้อยน่ารักเสียงใสจะคึกคักปราดเปรียวมีความหึกเหิมที่จะเข้าต่อสู้พันตูกับนกกรงอื่น ๆ นักรบตัวน้อยจะส่งเสียงร้องก้องกังวานเข้าต่อกรกับนกกรงข้าง ๆ ประหนึ่งใช้เสียงเข้าข่มขวัญ ฝ่ายนกคู่ต่อสู้กรงข้าง ๆ ก็จะส่งเสียงร้องก้องกังวานโต้ตอบเช่นกัน เป็นการใช้เสียงเข้าต่อกร เพราะไม่มีทางที่จะจิกตีให้รู้แพ้รู้ชนะกันได้แน่นอน นกเก่งๆ หลายตัวพอขึ้นราวเหล็กในสนามแข่งขัน เพียงแค่ส่งเสียงร้องก้องกังวานที่ไพเราะ ก็เล่นเอาไม่มีใครอยากจะให้นกของตนเองไปอยู่ข้าง ๆ ซะแล้ว และนี่ก็เป็นที่มาของ "นักรบราวเหล็ก" การเลี้ยงนกกรงหัวจุกเพื่อเข้าสู่สนามแข่งขัน การประกวดเสียงร้องของนก ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น ๆ

          คุณนิพนธ์ สีลาเนียม หรือ นวย จอมบึง กรรมการบริหารสมาพันธุ์ผู้เพาะเลี้ยงนกกรงหัวจุก ภูธรภาค 7 แห่งอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า นกกรงหัวจุกนี้เริ่มเลี้ยงกันในจังหวัดภาคใต้มาก่อน มีการแข่งขันประกวดเสียงร้องของนกมานานหลาย 10 ปีแล้ว ได้รับความนิยมจากประชาชนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันความนิยมเลี้ยงนกกรงหัวจุกแพร่หลายไปทั่วประเทศ เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก

          คุณนิพนธ์ กล่าวต่อไปอีกว่า นกกรงหัวจุกยังถูกจัดอยู่ในประเภทสัตว์ป่าสงวนฯ ถ้าถามว่า มีไว้ในครอบครองจะผิดกฎหมายหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ายังผิดกฎหมายอยู่ แต่ก็มีเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้เข้ามาจดทะเบียนนกเลี้ยงเพื่อการอนุรักษ์ เพาะขยายพันธุ์ และเพื่อการประกวดเสียงร้อง เป็นนกเลี้ยงตามบ้านทั่วๆ ไป ไม่ได้ไปจับมาจากป่า เลี้ยงเพื่อการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ จึงสามารถเพาะเลี้ยงกันได้เช่นในทุกวันนี้

          นกกรงหัวจุก ที่นิยมมาเลี้ยงกันนั้น คุณนิพนธ์ บอกว่า สายพันธุ์ส่วนใหญ่เป็นนกมาจากภาคใต้ ลักษณะของนกที่นิยมเลี้ยงต้องแก้มแดง หงอนสูงโค้ง ก้นแดง ร้องเสียงไพเราะ ซึ่งในกลุ่มเดียวกันนี้ก็มีนกปรอดบ้านไม่มีจุก นกปรอดบ้านหน้าขาว และนกปรอดบ้านหน้ามอมจุกดำ ไม่นิยมเลี้ยงเพื่อการแข่งขันเสียงร้อง เพราะร้องน้ำเสียงไม่ไพเราะ

          นกกรงหัวจุกแต่ละถิ่นผู้เพาะเลี้ยงนกที่ช่างสังเกตและศึกษาเรียนรู้จริง ๆ จัง ๆ แล้วจะทราบดีว่ามีลักษณะรูปพรรณสัณฐานแตกต่างกัน แต่ก็ไม่มากนัก แตกต่างในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น คนที่ไม่ใช่นักเลี้ยงนกกรงหัวจุกจริงๆ อาจจะไม่ทราบข้อแตกต่างก็ได้ อย่างเช่น นกกรงหัวจุกจากสวนผึ้ง ราชบุรี ก็มีความแตกต่างจากนกภาคใต้ น้ำเสียงลีลาการร้องก็แตกต่างออกไป ปัจจุบัน นกจากสวนผึ้งได้รับความนิยม จัดอยู่ในชั้นแนวหน้าของนกเสียงไพเราะก็ได้

          "นกจากใต้ประเภทเสียงทองจะร้องเสียงใหญ่ห้าว บางตัวร้องได้ถึง 6-7 พยางค์ การฟังเสียงร้องของนกนั้น นับจากคำร้อง ถ้าร้อง 1 ครั้ง นับเป็น 1 พยางค์ เช่น นกร้อง จก ควิก ควิก แบบนี้ 3 พยางค์ ร้อง จก ควิก ควิก ไขว ยอ ลิ เหลี่ยว อย่างนี้ 7 พยางค์ แต่นกส่วนใหญ่จะร้อง 3 พยางค์ เช่น จก ควิก ควิก หรือ ควิก จก ควิก นกประกวดเสียงร้องมักจะร้อง 4-5-6 พยางค์ การร้องแต่ละพยางค์ของนกนั้น เขาเรียกว่า "แม่ไม้เพลงนก" ซึ่งผู้เลี้ยงจะต้องเข้าใจและฟังเสียงร้องของนกได้"

          คุณนิพนธ์ กล่าวและว่า สำหรับผู้ที่คิดจะเลี้ยงนกกรงหัวจุกเป็นประเภทมือใหม่สมัครเล่นนั้น ก่อนจะไปซื้อนกมาเลี้ยงขอให้ปรึกษาคนที่มีความรู้ กำลังเลี้ยงนกอยู่ในขณะนี้ หรือจะไปซื้อนกตามสนามแข่งขันนกกรงหัวจุกทั่ว ๆ ไปก็ได้ การซื้อนกไม่จำเป็นต้องซื้อนกที่สวยงามถูกต้องตามองค์ประกอบทั้งหมด ทุกวันนี้เราเลี้ยงนกก็เพื่อฟังเสียงร้องที่ไพเราะ เลี้ยงเพื่อการประกวดเสียงร้องของนก เวลานำนกไปแข่งขันตามสนามต่าง ๆ เมื่อนกขึ้นราวเหล็กในสนาม นกจะต้องร้องอย่างเดียวเท่านั้น กรรมการจึงจะตัดสินให้คะแนนเสียงร้องของนก ไม่ได้ดูว่านกตัวนั้นจะสวยหรือไม่สวยขนาดไหน และเสียงร้องของนกต้องร้อง 3 พยางค์ ขึ้นไป จึงจะซื้อได้

          "ขอให้ท่านซื้อนกจากคนที่เราอยากซื้อ แต่อย่าซื้อนกจากคนที่เขาอยากขาย"

          คุณนิพนธ์ บอกว่า นกที่เขาอยากขายก็หมายความว่า นกตัวนั้นไม่สู้บนราวเหล็ก หรือร้องไม่เพราะ เขาจึงอยากขาย นกต้องมีข้อบกพร่อง เจ้าของจึงอยากขาย แต่กับนกที่เราอยากซื้อก็เพราะเราเห็นว่านกตัวนั้นดี มีน้ำเสียงไพเราะก้องกังวาน หรือคนที่เลี้ยงนกอยู่เขาเลี้ยงเพื่อส่งนกเข้าประกวด กรณีมือใหม่สมัครเล่นถ้าคนขายให้คำปรึกษาได้ดี เลี้ยงนกเพื่อการแข่งขันประกวดเสียงจริงๆ จะมีความน่าเชื่อถือ ถ้ามีโอกาสเลือกนกได้ถึงแม้ราคาแพง หากสู้ราคาได้ก็ควรซื้อ ดีกว่าเลี้ยงนกที่ไม่มีอนาคตในการลงสนามแข่งขัน เปลืองค่าอาหารเปล่าๆ


แนะเลี้ยง นกกรงหัวจุก ให้เป็นนักรบราวเหล็ก ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

4
รถ ยานพาหนะ / Nissan X-Trail Limited Edition
« เมื่อ: ตุลาคม 25, 2018, 04:34:28 PM »
 Nissan X-Trail Limited Edition 2018 ใหม่ ถูกเผยโฉมที่งาน Fast Auto Show 2018 พร้อมชุดแต่งรอบคัน เคาะราคาจำหน่าย 1,433,000 บาท

 Nissan X-Trail Limited Edition 2018 ถูกติดตั้งชุดแต่งพิเศษรอบคัน ประกอบด้วยสเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตหลัง และสเกิร์ตข้างตกแต่งด้วยสีเงิน เน้นความสปอร์ตมากขึ้น ถูกติดตั้งระบบกล้องมองภาพ 360 องศา Around View Monitor (AVM) และระบบขับขี่ฟังก์ชั่นอัจฉริยะ 4x4i

     X-Trail รุ่น Limited Edition มีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์เบนซินรหัส MR20DD ความจุ 2.0 ลิตร Twin C-VTC ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ Manual Mode 7 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

อุปกรณ์มาตรฐานของรุ่น Limited Edition ประกอบด้วยไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED, ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า, เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง, ระบบปรับอากาศแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวา, เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทางและ Nissan Connect

     ราคาจำหน่าย Nissan X-Trail Limited Edition 2018 อยู่ที่ 1,433,000 บาท


Nissan X-Trail Limited Edition คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/car/advertorial/10335/

5
ผู้ผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ แห่จองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35″ หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018 วันแรกค่ายรถยนต์ จองไปแล้ว 95 % ด้านรถจักรยานยนต์ ทะลุถึง 110 % เตรียมเปิดตัวรถใหม่ตามแนวคิด “ขับสนุก ! ก่อนยุคไร้คนขับ” หวังกวาดยอดขายส่งท้ายปี

ช่วงเช้า (6 มิถุนายน 2561) เป็นการแถลงข่าวเพื่ออัพเดทข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงยานยนต์ พร้อมเปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35″ ต่อสื่อมวลชน

สำหรับบรรยากาศการจองพื้นที่ในช่วงบ่ายของผู้ผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ปีนี้ปิดการขายไปด้วยเวลาอันสั้นเพียง 30 นาที ถึงแม้จะมีการพักเบรค 5 นาทีด้วยก็ตาม โดยค่ายรถยนต์จับจองพื้นที่ไปถึง 95 % ส่วนรถจักรยานยนต์ ขยายพื้นที่ไปถึง 110 % โดยผังพื้นที่ใกล้เคียงกับงานปีที่ผ่านมา (อาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม) นั่นคือพื้นที่จัดงานรวมทั้งสิ้น 80,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 60,000 ตารางเมตร สำหรับแสดงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง และภายนอกอาคารอีก 20,000 ตารางเมตร สำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ โดยพื้นที่รถยนต์ จะมีทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทรถยนต์ รวมถึงได้ขยายพื้นที่แสดงรถยนต์เพิ่มขึ้น

การจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” ยังคงให้ความยุติธรรม และความเสมอภาคแก่ผู้สนใจทุกราย โดยใช้คะแนนเป็นเกณฑ์ตัดสิน ไม่มีการให้สิทธิพิเศษ และปีนี้จะนำกฎเกณฑ์การหักคะแนนมาใช้เป็นปีแรก โดยบริษัทรถยนต์ที่ไม่นำรถมาแสดงตามที่ระบุในแบบสอบถามในงานปีก่อน จะถูกหักคะแนนของปีนี้ ยกเว้นว่ามีการนำสินค้ามาแสดงทดแทน สาเหตุที่ต้องหักคะแนน เนื่องจากปีที่ผ่านมา แต่ละบริษัทชนะกันเพียง 1-2 คะแนน จึงไม่ต้องการให้เกิดข้อครหาในการจองพื้นที่ จากกฎกติกาที่กล่าวข้างต้นจึงทำให้ปิดการจองพื้นที่ไปด้วยเวลาอันสั้นนั่นเอง (ท่านสามารถดูเกณฑ์ในการตัดสินได้ที่นี่)

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน เปิดเผยในช่วงแถลงข่าวว่า “บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ให้ความสนใจจองพื้นที่งานปีนี้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากตลาดรถยนต์กำลังเติบโตต่อเนื่อง โดย 4 เดือนแรกของปีนี้มียอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นกว่า 15 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”


มอเตอร์เอ็กโปร์ 2018 : จองพื้นที่วันแรกคึกคัก ค่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/motorexpo/

6
สำหรับการกลับมาในครั้งนี้ OPPO Find X มาพร้อมด้วยดีไซน์หน้าจอไร้ขอบอย่างสมบูรณ์แบบ โดยหน้าจอกินพื้นที่มากถึง 93.8% ของด้านหน้าทั้งหมด (สูงที่สุดในสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในตอนนี้) พร้อมด้วยเทคโนโลยีซ่อนกล้อง Stealth 3D ที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในประเทศฝรั่งเศส พร้อมด้วยการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทยในงาน OPPO 10th Years Anniversary ที่ผ่านมา

OPPO Find X มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3,730 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 5V/4A จากการทดสอบชาร์จได้เร็วมากๆ ครับ จากแบตเตอรี่เกือบจะหมด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็สามารถชาร์จได้เต็ม 100% แล้วครับ (นี่ถ้าเป็นเทคโนโลยี Super VOOC จะใช้เวลาเพียงแค่ 35 นาทีเท่านั้นเอง) และด้วยเทคโนโลยีนี้ทาง OPPO เคลมว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยถึง 5 ขั้น ทำให้มีความปลอดภัยสูง สามารถชาร์จไฟไปและเล่นสมาร์ทโฟนไปพร้อมกันได้อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน

สำหรับการใช้งาน เท่าที่ทดสอบดู OPPO Find X แบตเตอรี่อยู่ในระดับปานกลางครับ ไม่ถึงกับอึดมากนัก แต่ก็ไม่ได้หมดเร็วแบบผิดปกติ สามารถใช้งานได้ครบวันสบายๆ แต่ถ้าถ่ายรูปบ่อยๆ และมีการเล่นเกมเยอะๆ แนะนำว่าควรพกพา Power Bank

กล่องบรรจุของ OPPO Find X ดูพรีเมี่ยมดีครับ เล่นโทนสีคล้ายๆ สีของ Lamborghini (แต่เครื่องที่ได้มาทดสอบ ไม่ใช่เครื่องใหม่แกะกล่องครับ อุปกรณ์ภายในน่าจะมีไม่ครบเหมือนเครื่องขายจริง) สำหรับรุ่นนี้มาพร้อมดีไซน์แบบ Panoramic ที่สวยงามมากๆ วัสดุเป็นโลหะ และกระจก Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นชิ้นกระจกโค้ง 3D แบบพิเศษ ด้วยการเจียระไนแบบ 2.5D จนสุดขอบ หน้าจอโค้ง AMOLED อัตราส่วน 19.5:9 ขนาดใหญ่ 6.4 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 1080 x 2340 pixels (401 ppi) หน้าจอกินพื้นที่มากถึง 93.8% ของด้านหน้าทั้งหมด ขอบหน้าจอบางเฉียบ ดูไร้ขอบยิ่งกว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่ผ่านมา

OPPO Find X โดดเด่นด้วยนวัตกรรมซ่อนกล้อง (Stealth 3D Cameras) ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้บนสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่มีกล้องและเซ็นเซอร์มาบดบังความสวยงามเลย ตัวเครื่องดูเรียบหรูอย่างที่ไม่เคยมีสมาร์ทโฟนรุ่นไหนทำได้มาก่อน โดยจะทำงานด้วยระบบไฮโดรลิค เลื่อนแกนกลางของเครื่องขึ้นลง (ระบบการทำงานเงียบ และราบลื่นมากๆ) โดยจะเป็นการซ่อนเซ็นเซอร์, กล้องหน้า, กล้องหลัง เอาไว้ในแผงตรงกลางเครื่องทั้งหมด โดยใช้เวลาในการทำงานเพียงแค่ 0.6 วินาทีเท่านั้น จากการใช้งานจริงถือว่ารวดเร็วมากครับ ดูลื่นไหลสวยงาม ตรงจุดนี้ทาง OPPO ได้กบอกว่า Stealth 3D Cameras ผ่านการทดสอบกว่า 300,000 ครั้ง ทำให้มั่นใจได้เลยว่าสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน อย่างน้อย 5 ปี จากการที่ได้ลองดันกล้องลงด้วยตัวเอง พบว่ามันสามารถดันลงได้ แต่ด้วยความแข็งแรงของตัวเครื่องก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร


OPPO Find X ออปโป้ ที่อัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุด คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobilephone/review/686/

7
เปิดตัวในไทยเรียบร้อยแล้วสำหรับ Samsung Galaxy Note 9 ทายาทซีรีย์ Note รุ่นล่าสุดของ ซัมซุง เรียกได้ว่าไม่ปล่อยให้แฟนคลับรอนาน เพราะพอเปิดตัวที่ New York ปั๊ป เช้ารุ่งขึ้นซัมซุงไทยก็ Pre-Launch ทันที โดยการมาครั้งนี้ของ Note 9 น่าจะเป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนที่ทาง Note 8 ขาดอยู่ให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการตีบวกอาวุธเด็ดของซีรีย์อย่างปากกา S Pen ให้สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ได้แล้ว ยิ่งทำให้การใช้งานบนซีรีย์ Note ดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมเป็นอย่างไร มีจุดไหนที่น่าสนใจบ้าง ติดตามได้จากข้างล่างเลยครับ

Samsung Galaxy Note 9 มาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องสไตล์ Infinity Display ที่เป็นเอกลักษณ์ของซัมซุงตลอดช่วงสอง-สามปีที่ผ่านมา ในขณะที่ภาพรวมของดีไซน์ยังคงเหมือน Note 8 เกือบทั้งหมด ด้านหน้าตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแสดงผล Infinity Display (Super AMOLED) ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด 2960x1440 พิกเซล มีมิติตัวเครื่องกว้าง 76.4 x สูง 161.9 x หนา 8.8 มิลลิเมตร มีน้ำหนักตัวเครื่องรวม 201 กรัม

ด้านบนของตัวเครื่อง มีไมค์ตัดเสียงรบกวน และช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ Hybrid Slot ซึ่งต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ดที่สองกับMicroSD Card

ด้านล่างของตัวเครื่อง มีรูเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, พอร์ต USB-C, ลำโพงเสียง, ไมค์สนทนา และช่องสำหรับเก็บปากกา S Pen

สเปก & จุดเด่น (Spec & Hilight)
รายละเอียดสเปกตัวเครื่องของ Samsung Galaxy Note 9
หน้าจอแสดงผล Infimity Display ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+
CPU Octa-core Exynos 9810
GPU Mali G72 MP18
RAM 6/8GB
ROM 128/512GB
กล้องถ่ายรูปคู่ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล (F1.5/F2.4)
กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล (F1.7)
Android OS 8.1 Oreo
Dual SIM Dual 4G
S-Pen Bluetooth
S-Pen Application
Battery 4000 mAh


Samsung Galaxy Note 9 ครบเครื่องมากขึ้น ตีบวก S-pen ติด Bluetooth คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobilephone/%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-SAMSUNG-Galaxy-Note-9-128GB-1449713/

8
วันนี้ Potatotechs จะนำเสนอถึง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่บรรดาเกมเมอร์ทั้งหลายควรมีไว้ในครอบครองค่ะ เพื่อช่วยให้คุณได้อรรถรส และความสนุกจากการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่ มาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะมีอะไรบ้าง

สำหรับเหล่านักเล่นเกมคอมพิวเตอร์ทั้งหลายแล้ว เกมมิ่งเกียร์ (Gaming Gears) เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยละค่ะ เรียกได้ว่าเป็น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ยังชีพเลยก็ว่าได้ เพราะอุปกรณ์เสริมเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เหล่าเกมเมอร์ได้อรรถรส และเกิดความสนุกสนานในการเล่นเกมมากยิ่งขึ้น ด้วยลูกเล่นและประสิทธิภาพของตัวอุปกรณ์ ที่ถูกออกแบบให้มีการใช้งานเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

1.เมาส์ (Mouse)

เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่คนใช้คอมพิวเตอร์แบบ PC แต่ทราบหรือไม่ว่าเมาส์สำหรับเล่นเกม และเมาส์สำหรับใช้งานทั่วไปนั้นมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าของ DPI (Dots Per Inch) คือ ความเร็วของตัวเคอร์เซอร์ (Cursor) ในการลาก หรือชี้ไปยังจุดที่ต้องการบนหน้าจอมอนิเตอร์ ยิ่งค่า DPI สูงเท่าไร ก็จะทำให้สามารถลากเคอร์เซอร์ไปยังจุดที่ต้องการได้แม่นยำมากขึ้น แต่ใช้พื้นที่ในการลากน้อยลงนั่นเอง จะส่งผลเป็นอย่างมากสำหรับเกมที่ต้องใช้การควบคุมความแม่นยำสูง และตอบสนองเร็ว เช่น เกม MOBA, FPS, Realtime Strategy, MMORPG เมาส์ประเภทนี้จะสามารถปรับค่าของ DPI ขึ้นลงได้ตามความต้องการของเกมเมอร์ค่ะ

เมาส์สำหรับเกมเมอร์อีกประเภทหนึ่งก็คือ แบบมีปุ่มแมโคร (Macro) เสริม ซึ่งจะมีคุณสมบัติพิเศษ สามารถตั้งค่าชุดคำสั่งได้เองตามที่ผู้เล่นต้องการ หรือตั้งค่าปุ่มต่างๆ ที่คุณต้องการกดบนคีย์บอร์ด สามารถกดจากเมาส์ได้เลยค่ะ เหมาะมากสำหรับเกมประเภท MMO และ MOBA ค่ะ

2.คีย์บอร์ด (Keyboard)

คีย์บอร์ดสำหรับใช้เล่นเกมจะแตกต่างกับคีย์บอร์ด Rubber Dome แบบทั่วไป เพราะมีลักษณะการใช้งานเฉพาะตัว สามารถปรับการตั้งค่าควบคุมปุ่มกดได้ โดยเฉพาะเกม MMORPG (Massive Multiplayer Online Role-Playing Game) การมีคีย์บอร์ดที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญมาก สมัยนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เช่น คีย์บอร์ดที่คุณสามารถตั้งค่าแมโคร (Macro) สำหรับใช้ในการกดปุ่มเป็นชุดเองได้ และสามารถตอบสนองการใช้งานได้ดีกว่าคีย์บอร์ดปกติ บางรุ่นก็จะมีเทคโนโลยี Mechanical ซึ่งได้พัฒนาให้ปุ่มกดทนทานกว่า ใช้งานได้นานกว่า และส่งข้อมูลได้แม่นยำกว่าแบบปกติค่ะ ส่วนราคาก็จะสูงตามไปด้วยนะคะ แต่ถ้าคุณมีความเป็นเกมเมอร์อยู่ในสายเลือด ก็คุ้มค่าสำหรับการลงทุนค่ะ


อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่บรรดาเกมเมอร์ควรมีไว้ คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/อุปกรณ์คอมพิวเตอร์/

9
เพราะที่อ่านมาหลายสำนัก บอกว่าการทำโบท็อกซ์ คือ การลดรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์บนใบหน้า เช่น รอยที่เกิดการการเลิกคิ้ว หรือเส้นที่มุมปากโบท็อกซ์ แล้วงั้นที่ว่า โบท็อกซ์หน้าเรียวทำได้จริงไหม แต่ก็มีบางคลินิก/โรงพยาบาล บอกว่าฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียว หรือที่เรียกว่า “ทำหน้าเรียว” เพื่อเป็นจุดขาย

ในทางการแพทย์ โบท็อกซ์คือ Botulinum toxin เป็นสารที่เกิดจากแบคทีเรียที่ไปหยุดการทำงานของระบบประสาทของกล้ามเนื้อ ซึ่งมีด้วยกันถึง 7 ชนิด แต่ชนิดที่ทางการแพทย์นำมาใช้นั้นคือ Type A ค่ะสามารถใช้ได้หลายจุด ทั้งลดรอยตีนกา ช่วยในเรื่องของกล้ามเนื้อบริเวณบนคิ้วที่อาจไม่เท่ากัน ลดขนาดน่อง หากฉีดบริเวณกรามก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ทำงานหดเล็กลง โบท็อกหน้าเรียวหน้าก็จะดูเรียวขึ้นได้ (หลังจากฉีดโบท็อกซ์ไปแล้วประมาณ 2สัปดาห์ใบหน้าบริเวณกรามก็จะเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด)แต่จะได้ผลเฉพาะรายที่ใบหน้าดูใหญ่จากกล้ามเนื้อกรามเท่านั้น หากเป็นผลจากกระดูก โบท็อกซ์ก็ไม่ได้ช่วยอะไร และโบท็อกซ์หน้าเรียวจะมีระยะเวลาอยู่ได้เพียง4-6เดือน ก็ต้องทำการฉีดซ้ำเพื่อให้คงประสิทธิภาพที่ดีอยู่ และยังต้องแน่ใจด้วยว่า เป็นโบท็อกซ์แท้ ไม่มีการผสมน้ำเกลือ หรือใช้สารอื่นๆ

การปรับโครงหน้า (ลดกราม) กล้ามเนื้อกรามเป็นกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เมื่อเราฉีดโบท๊อกซ์ไปยับยั้งการทำงานของกล้ามนื้ไปสักระยะ เมื่อกล้ามเนื้อไม่ถูกใช้งาน ก็จะมีขนาดเล็กลง ทำให้มุมกรามของเราเล็ก จึงมองเห็นหน้าเรียวลงได้

แต่การฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียว นอกจากดูที่ผลลัพธ์ว่าได้ตามต้องการแล้ว ยังต้องแน่ใจด้วยว่า เป็นโบท็อกซ์แท้ ไม่มีการผสมน้ำเกลือ หรือใช้สารอื่นๆ ดังนั้นการเลือกสถานบริการ และประสบการณ์ของคุณหมอที่ให้บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญ คุณหมอต้องมีใบประกาศเรียนการใช้ Botox โดยเฉพาะ เพราะหากไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญฉีดโบหน้าเรียวมากเพียงพออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อคนไข้ได้ เช่น ใบหน้าไม่สามารถแสดงสีหน้าได้ ตาสองข้างมองไปคนละทิศ กล้ามเนื้อติดกัน หรือแม้แต่คิ้วผิดตำแหน่ง นับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่ากลัวเลยทีเดียวค่ะ โบท็อกซ์หน้าเรียว

โบท็อกซ์หน้าเรียว ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิดหรือคาดคะเน ถ้าคำนึงถึงหลักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ โบท็อกซ์นั้นก็เปรียบเสมือนวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ซึ่งผลิตจากแบคทีเรียหรือไวรัสบางชนิด และเลือกสกัดเฉพาะส่วนดี นำมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ โดยไม่มีพิษภัยใด ๆ จากเชื้อโรคหรือมีผลข้างเคียงเล็กน้อย คุ้มค่ามากพอกับประโยชน์ที่นำมาใช้ สำหรับการนำมารักษาเพื่อลดเลือนริ้วรอยจากการทำงานของกล้ามเนื้อในการแสดงสีหน้านั้น การฉีดโบท็อกซ์นับว่าเป็นวิธีที่ตรงประเด็น แก้ไขที่สาเหตุหลักของริ้วรอยดังกล่าวโดยตรง เพียงคุณเลือกใช้ Botox ของแท้และฉีดในปริมาณที่พอเหมาะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่คุณวางใจเท่านั้น ก็จะบรรเทาความกังวลใจไปได้มากค่ะ ผลข้างเคียงของโบท็อกซ์ที่พบบ่อยได้แก่ ความรู้สึกเจ็บหรือแสบเล็กน้อยขณะฉีดยา รอยช้ำจ้ำเขียวเล็ก ๆ บริเวณรอยเข็ม ปวดศรีษะเล็กน้อย อย่างไรก็ตามบางครั้งหากเกิดผลข้างเคียงใด ๆ ขึ้น เช่น คิ้วโก่งหรือคิ้วยกสูงมากเกินไป แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็สามารถวิเคราะห์และมีวิธีแก้ไขได้หลากหลายวิธี จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อปรับให้ได้ผลที่คุณพอใจ โดยมิต้องรีรอ แม้หากไม่มีปัญหาข้างเคียงใดๆแต่ฉีดแล้วแฟนไม่ชอบและคุณคิดว่าไม่จำเป็นต้องไปรักษาหรือแก้ไขใด ทำใจสบาย ๆ รอให้ฤทธิ์ของสารโบท็อกซ์ค่อย ๆ สูญสลายไปเองภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน หลายท่านเกิดเปลี่ยนใจ เริ่มคุ้นชินกับใบหน้าที่เต่งตึง รู้สึกดี กลับมาให้ดูแลต่อเนื่อง.


โบท็อกซ์หน้าเรียว ทำได้จริงหรือ? คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/

10
เราเชื่อว่าในการ ทำอาหาร ของทุกบ้าน มักจะมีสูตรเด็ดเคล็ดลับที่เป็นของตัวเองกันอยู่แล้วใช่ไหมคะ? เพราะแต่ละบ้านนั้นก็จะมีกระบวกการทำที่ต่างกันออกไป แต่เราเชื่อค่ะ ว่ามีสิ่งหนึ่งที่ทุกบ้านของแต่ละภาคจะต้องมีติดครัวกันไว้สำหรับปรุงรส เพื่อทำอาหารอย่างแน่นอน มาดูกันค่ะ ว่าอาหารพื้นเมืองของแต่ละภาคนั้นมีอะไรกันบ้าง

1.   ถั่วเน่า

สูตรลับการทำอาหารภาคเหนือที่ทุกบ้านจะต้องมีอย่างแน่นอนนั่นก็คือ ถั่วเน่า แค่ได้ยินแค่ชื่อก็คิดว่าน่าจะเหม็นใช่ไหมคะ? แต่ขอบอกไว้เลยว่า เจ้าถั่วเน่าเนี่ยแหละปรุงอาหารอร่อยนักแล แหม...ชักจะอยากรู้วิธีทำกันแล้วใช่ไหมคะ ว่าถั่วเน่าของทางภาคเหนือมีวิธีทำอย่างไร มาดูขั้นตอนการทำกันเลยค่ะ

วัตถุดิบ

•   ถั่วเหลือง   1 กิโลกรัม
•   เกลือ   3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.   อันดับแรกให้นำถั่วที่ได้มาล้างให้สะอาด จากนั้นให้แช่น้ำไว้สักพักให้พองตัว
2.   เตรียมต้มน้ำแล้วรอให้พอเดือด เทถั่วเหลืองใส่ลงไป แล้วเปลี่ยนเป็นต้มด้วยไฟแรง คอยเติมน้ำเรื่อยๆ อย่าให้น้ำแห้ง ต้มไปจนถั่วสุกและเปื่อย
3.   จากนั้นให้นำถั่วเหลืองต้มไปหมัก ด้วยการห่อใบตองตึงแห้ง หมักไว้เป็นเวลา 3-4 วัน จนถั่วนั้นขึ้นราเล็กน้อย จึงค่อยนำมาโขลกกับเกลือจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่พริกป่นลงไปผสมให้เข้ากันอีกนิด เสร็จแล้วพักไว้
4.   ตักถั่วที่เราพักไว้เมื่อครู่ลงบนใบทองกวาว แล้วประกบใบทองกวาวอีกใบ จากนั้นคลึงให้ถั่วเน่าเป็นแผ่นวงกลม
5.   เมื่อเสร็จแล้วนำแผ่นถั่วเน่าที่ทำไว้นั้น ไปตากแดดจัดให้แห้ง ทั้งใบทองกวาว ใช้เวลาประมาณ 3 วัน จึงจะได้ถั่วเน่าแผ่นที่ใครๆ ก็ต่างชอบกินกันแล้วค่ะ

2. น้ำปลา

มาต่อกันที่สูตรลับการทำอาหารสไตล์คนภาคกลางกันบ้างดีกว่าค่ะ ซึ่งในการทำอาหารแต่ละครั้งก็จะขาดสิ่งที่เราเรียกว่า น้ำปลานี้ไปไม่ได้เลย เพราะหากครั้งไหนที่ลืมใส่ก็จะเหมือนขาดรสชาติอะไรไปสักอย่าง โดยกรรมวิธีการทำน้ำปลานั้น ในสมัยก่อนรุ่นคุณตาคุณยาย ท่านจะทำน้ำปลาไว้กินเองนั้น งั้นเรามาลองสาธิตการทำคร่าวๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ

วัตถุดิบ

•   ปลาสร้อย 5 กิโลกรัม
•   เกลือ 2 กิโลกรัม

วิธีทำ

1.   ล้างปลาให้สะอาด โดยไม่ต้องผ่าท้อง แล้วเอาปลาที่ได้มาเคล้าเข้ากับเกลือ อย่าให้ปลานั้นเค็มจนเกินไป เพราะเมื่ออยู่ในขั้นตอนการหมักแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขในเรื่องความเค็มได้มากนัก
2.   เมื่อเคล้าปลาเข้ากันแล้ว ให้นำไปหมักไว้ในไห ปิดฝากครอบให้สนิทมิดชิด และหลังจากดองในไห สัก 7 วัน หลังจากนั้นให้ทำการเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง โดยการเปิดฝาที่เราครอบไว้ในครั้งแรก เพื่อดูในไห ว่าน้ำปลาจะเอ่อขึ้นมาหรือไม่
3.   ถ้าหากระดับน้ำในไหสูงขึ้น ให้ลองดมกลิ่นดูว่าควรเติมเกลืออีกไหม หากดมแล้วมีออกเหม็นเน่าก็ให้ทำการโรยเกลือเติมลงไปอีก แต่ถ้าหากว่าดมแล้วมีกลิ่นหอมจากน้ำปลา ก็ไม่ควรเติมเกลือ เพราะน้ำปลาจืดหน่อยกินดีกว่าน้ำปลาเค็มจัดเกินไป
4.   เมื่อเช็กความเรียบร้อยได้ดีแล้ว ทิ้งไว้เป็นระยะเวลา 5-8 เดือน จึงนำน้ำปลาที่เราหมักไว้นั้นออกมากรองใส่ขวดกินได้ต่อไปค่ะ
3.ปลาร้า

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากปลาร้านั่นเอง เพราะด้วยมีความแซ่บนัวอยู่ในตัวของมันเองแล้ว หากจะเอาไปใส่ในเมนูพื้นบ้านต่างๆ รับรองได้เลยว่า อร่อยจนแทบไม่อยากจะวางช้อนกันเลยทีเดียว ไม่รอช้าค่ะ มาเริ่มทำปลาร้าไว้กินเองกันดีกว่า

วัตถุดิบ

•   ปลากระดี่ 3 กิโลกรัม
•   เกลือ 2 ถ้วย
•   ข้าวคั่ว 1 ถ้วย

วิธีทำ

1.   ขั้นแรกเลยให้นำปลากระดี่ไปล้างทำความสะอาด จากนั้นนำไปพักไว้ ควรใช้ปลาที่ตัวเท่าๆ กันไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป
2.   ให้เตรียมส่วนผสม โดยนำปลาที่ตากรอไว้ไปคลุกกับเกลือ และข้าวคั่ว ลงในกะละมัง เคล้าให้เข้ากัน สังเกตถ้าปลาได้ที่แล้วตัวเนื้อปลาจะแข็ง หากเนื้อปลายังเละอยู่ให้เติมเกลือเข้าไปอีก
3.   เมื่อเนื้อปลาแข็งได้ที่แล้ว ให้เตรียมใส่ปลาลงในภาชนะ ปิดให้มิดชิด เช่น ไห โหล หรือโอ่งเล็กๆ เมื่อหาได้แล้วนำไปล้างทำความสะอาด แล้วนำปลาที่เคล้าเสร็จแล้วบรรจุใส่ให้จนเกือบเต็ม โดยเว้นช่องว่างให้ห่างจากขอบปากภาชนะเล็กน้อย เสร็จแล้วให้นำถุงพลาสติกมาครอบแล้วรัดด้วยหนังยาง เพื่อเป็นการป้องกันแมลงวันมาตอม ใช้ฝาปิดทับอีกครั้ง เพื่อไม่ให้มีอะไรลงไปได้
4.   โดยระยะเวลาในการหมักปลาร้านั้น จะต้องใช้เวลาหมักจนเกลือเป็นน้ำละลายจนท่วมตัวปลา ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 5 – 8 สัปดาห์เลยทีเดียว เมื่อเสร็จแล้วตัวปลานั้นจะเปลี่ยนเป็นตัวออกสีแดง แสดงว่านำมากินได้แล้วค่ะ
5.   และถ้าจะนำน้ำมาใส่ในส้มตำไว้กิน ควรนำกรองน้ำแล้วนำไปต้มเสียก่อนนะคะ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ และทำความสะอาด
4.   น้ำบูดู

มาต่อกันที่ภาคใต้กันบ้างค่ะ เครื่องปรุงของทางภาคนี้ก็มีความเข้มข้นไม่แพ้ภาคใดเหมือนกันแถมยังเป็นผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนอีกด้วย ซึ่ง “น้ำบูดู” เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวปักษ์ใต้ และเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาแต่ดั้งเดิม ใช้เป็นวิธีการแปรรูปอาหาร คือ ปลาทะเลที่เหลือจากการจำหน่าย หรือการบริโภคให้สามารถเก็บไว้บริโภคได้เป็นเวลานาน เรามาดูวิธีการทำน้ำบูดูกันดีกว่าค่ะ

วัตถุดิบ

•   ปลากะตัก 3 กิโลกรัม
•   เกลือสมุทร 1 ถ้วย

วิธีทำ

1.   เริ่มด้วยการนำปลากะตักมาล้างให้สะอาด เพราะเหตุที่ใช้ปลาชนิดนี้ก็เพราะว่าน้ำบูดูจะมีกลิ่นหอม และรสชาติดี
2.   ให้นำปลามาเคล้ากับเกลือให้เข้ากัน โดยใช้อัตราส่วนตามปริมาณของปลากะตักแล้วต่อด้วยเกลือ ครึ่งหนึ่งของน้ำหนักปลาที่ใช้ทำ
3.   หลังจากคลุกจนเข้ากันดีแล้ว ให้นำไปใส่ในภาชนะปิด เช่น ไห โอ่งดิน โดยให้นำส่วนผสมใส่ลงในภาชนะจนแน่น แล้วโรยเกลือทับส่วนบนไว้ เสร็จแล้วให้นำฝามาปิดให้สนิท เพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปในภาชนะได้ หรือให้เข้าได้น้อยที่สุด
4.   เสร็จแล้วให้นำภาชนะนั้นไปตากแดด โดยใช้ระยะเวลาในการหมักประมาณ 8-12 เดือน ซึ่งระหว่างหมักต้องไม่เปิดบ่อบูดู พยายามคอยเช็กไม่ให้มีกลิ่นเหม็น
5.   เมื่อครบเวลาหมักแล้ว เปิดฝาที่ปิดปากภาชนะ ซึ่งในนั้นจะมีทั้งน้ำและเนื้ออยู่รวมกัน โดยทางพื้นบ้านนั้นจะมีการเรียกแบบแตกต่างกันไปก็คือ ส่วนที่ใสจะเรียกกันว่า บูดูน้ำใส และในส่วนที่ข้นก็จะเรียกว่า บูดูน้ำข้นนั่นเองค่ะ

และนี่ก็คือ อาหารของแต่ละภาคที่เรานำเอามาฝากกันค่ะ ถือได้ว่าในการ ทำอาหาร นั้นเราจะขาดรสชาติ และความกลมกล่อมไปไม่ได้อยู่แล้ว ฉะนั้น เราจึงต้องขอบคุณภูมิปัญญาของคนรุ่นคุณตาคุณยาย ที่ได้ทำการแปรรูปจากการทำให้อาหารสดนั้น กลายมาเป็นอาหารพื้นเมืองที่ไม่ว่าจะใส่กับอะไรก็อร่อยไปซะทุกอย่าง


มาดูไอเทมลับการทำอาหารของแต่ละภาคกันดีกว่า คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/ทำอาหาร/

11
รูปลักษณ์หูยาวขนฟูนุ่มนิ่มที่ใครๆ ก็ต่างบอกว่าน่ารักนักหนา หากคุณอยากมีสมาชิกใหม่ในบ้านเป็นเจ้ากระต่ายน้อยแสนกล ควรวางแผนการเลี้ยงยังไงบ้างนะ?

เจ้ากระต่ายตัวนุ่มขนฟูเป็นสัตว์ที่สวยงาม น่ารัก เลี้ยงง่าย และมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการนำมาเลี้ยงในบ้าน สามารถปรับตัวเข้ากับการดำรงชีวิตได้ แม้กระทั่งการอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็ก ขนนุ่มนิ่มทั่วลำตัว ดวงตากลมแบ๊ว และมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยม สำหรับใครที่หลงใหลเสน่ห์เจ้ากระต่ายน้อย และอยากเลี้ยงไว้เป็นเพื่อคู่ใจสักตัว วันนี้ Petcitiz มีข้อมูลมาฝากมือใหม่หัดลี้ยงกันค่ะ พร้อมที่จะให้พวกเค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในบ้านกันหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลย

1.เตรียมพื้นที่สำหรับเลี้ยงกระต่าย
• เลี้ยงในบ้าน
หากเพื่อนๆ ที่คิดจะเลี้ยงเจ้ากระต่ายไว้ในบ้าน การเลือกกรงก็เป็นส่วนที่สำคัญมากเลยนะคะ เพราะว่ากรงที่เราเลือกนั้นต้องมีขนาดใหญ่กว่าตัวของเจ้ากระต่าย ยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งดี ส่วนพื้นของกรงควรเลือกกรงที่ดูแลง่าย ควรเลือกใช้วัสดุที่ทำจากลวด หรือสแตนเลส ไม่ควรเลือกวัสดุที่หุ้มด้วยพลาสติก เพราะเขาอาจจะกัดแทะวัสดุจนเป็นอันตรายได้นั่นเองค่ะ ห้ามเลี้ยงในตู้กระจกเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เขามีอากาศถ่ายเทไม่เพียงพอ เสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้ ในส่วนของถาดรองควรเป็นพลาสติกที่แข็ง เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด สำหรับเพื่อนๆ ที่เลี้ยงกระต่ายไว้ในบ้านนั้น จะต้องทำความสะอาดกรง และถาดรองทุกวันด้วยนะคะ
• เลี้ยงนอกบ้าน
สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการเลี้ยงเจ้ากระต่ายนอกบ้าน ควรเลือกกรงชนิดที่ออกแบบให้เหมาะสมกับบริเวณบ้าน ภูมิอากาศ หลังคาควรจะเป็นแบบเปิดปิดได้ กันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดี และมีขนาดใหญ่ เพราะจะได้มีพื้นที่ให้กระต่ายวิ่งเล่นมากขึ้น ไม่ทำให้เขารู้สึกอึดอัด ส่วนพื้นควรรองด้วยฟาง หรือหญ้าแห้งเพื่อไว้สำหรับให้เขาสามารถนอนได้ ที่สำคัญคือ ในช่วงฤดูหนาวให้ระวังการวางกรงไว้ในพื้นที่ที่มีลมโกรก เพราะอาจทำให้กระต่ายล้มป่วยได้ ฉะนั้นควรวางกรงให้ห่างจากจุดที่มีลมโกรกแรงสักนิด และมีหญ้าเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับกระต่ายด้วยนะคะ

2.การให้อาหารและน้ำ
• หญ้า อาหารเม็ด
อาหารหลักของกระต่ายก็คือ หญ้า ซึ่งก็มีหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น หญ้าขน หญ้าทิมโมธี แพงโกล่า และหญ้าอัลฟาฟ่า ในกระต่ายที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน สามารถผสมอาหารเม็ดให้กินรวมกับหญ้าได้ แต่ควรให้ในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้กระต่ายอ้วน ไม่แข็งแรง ส่วนกระต่ายที่อายุ 7 เดือนขึ้นไป เพื่อนๆ ควรเริ่มจำกัดการให้อาหารเม็ด ให้เสริมได้เป็นบางครั้งคราว และเลือกอาหารเม็ดชนิดที่มีโปรตีน กากใยสูง และไขมันไม่สูง
• น้ำ
สำหรับน้ำเป็นสิ่งจำเป็นมาก เราต้องมีน้ำสะอาดไว้ในกรงให้กระต่ายกินตลอดเวลา ควรจะใส่ขวดที่มีจุกน้ำแบบหลอดท่อแอร์ หรือแบบที่มีลูกปืน เพราะถ้าให้แบบอ่าง กระต่ายอาจจะนำปากลงไปกิน ทำให้จมูกเปียก เสี่ยงต่อการเป็นหวัดได้ และควรทำความสะอาดขวดน้ำบ้าง อย่าให้สกปรกจนเกินไปนะคะ


สัตว์เลี้ยง สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำกระต่ายมาเลี้ยง คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/สัตว์เลี้ยง/

12
คือ วัสดุที่เป็นตัวต้านทานหรือคั่นกลางระหว่างวัตถุร้อนหรือเย็นกับอุณหภูมิผิวด้านนอก หรือคั่นกลางระหว่างคลื่นเสียงก้บชั้นบรรยากาศ ฉนวนหรือ insulation เป็นคำที่กว้างมาก แต่สามารถสรุปได้สั้นๆว่าฉนวนคือตัวต้านทาน

ผนังกันเสียง ผนังเก็บเสียง ผนังกั้นเสียง เป็นอย่างไร
ผนังกันเสียง และ ผนังกั้นเสียง เป็นผนังเดียวกัน ทำหน้าที่มิให้ คลื่นเสียงเดินทางผ่านไปยังอีกด้านหนึ่งได้ เช่น เครื่องสับไม้ที่มีเสียงดัง 100 dBA เมื่อเครื่องทำงาน และชุมชนนอกโรงงานได้ยินเสียงดังนี้ที่ระดับ 90 dBA เมื่อมีการทำ ผนังกันเสียง ระหว่างโรงงานกับชุมชน จะทำให้ระดับเสียงที่ชุมชนนอกโรงงานได้ยินลดลงจาก 90 dBA เหลือเพียง 75-80 dBA เป็นต้น ส่วน ผนังเก็บเสียง นั้นจะหมายถึง ผนังที่ลดเสียงสะท้อน ในห้องประชุม หรือ convention hall มากกว่า

ผู้เชี่ยวชาญงานติดตั้งฉนวนกันเสียง สำคัญอย่างไร
การแก้ปัญหาเสียงดัง ให้ได้ผลดีที่สุดด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เป็นเป้าประสงค์หลักสำหรับเจ้าของโรงงาน หรือผู้ใช้อาคารที่มี ปัญหาด้านเสียง ทุกท่าน การเลือกใช้บริการจาก ผู้เชี่ยวชาญงานติดตั้งฉนวนกันเสียง ทั้ง การวิเคราะห์ปัญหาด้านเสียง เบื้องต้น การออกแบบ และ เลือกวิธีการแก้ปัญหาเสียงดัง ตามงบประมาณที่ลูกค้ามี รวมไปถึง การรับรองผลด้านเสียง ที่จะลดลงภายหลัง ติดตั้งฉนวนกันเสียงแล้ว หรือแม้แต่การ รับประกันผลงานการติดตั้ง หลังจากที่ได้ส่งมอบงานให้เจ้าของงานแล้ว ล้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนการตัดสินใจ เลือกใช้บริการงาน ติดตั้งฉนวนกันเสียง

เพราะหากเราเลือก “ใครก็ได้” มาทำงานด้านนี้ ผลสรุปด้าน การแก้ปัญหาด้านเสียง ก็อาจจะออกมาในรูป “พอใช้ได้” หรือเข้าข่าย “เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย” นั่นเอง แต่หากว่าเราจริงจังกับเรื่อง เสียงดัง หรือปัญหาอยู่ในระดับวิกฤต แนะนำว่าการเลือก “มืออาชีพ” เข้ามาแก้ปัญหา มักจะให้ผลลัพธ์ประเภท “ทีเดียวจบ” ไม่ต้องมาเสียเล็กเสียน้อย หรือกังวลใจกับปัญหาที่คาราคาซังอีกต่อไป


ฉนวนกันเสียงดัง ป้องกันเสียงดัง ลดเสียงสะท้อน คลิ๊กที่นี่ https://www.ฉนวนกันเสียง.com/ฉนวนกันเสียงดัง/

13
มีปัญหาห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น? มีกลิ่นเหม็นจากห้องน้ำ? ห้องน้ำส่งกลิ่นเหม็นรบกวนใจ? แก้ไขได้ง่ายๆด้วยการใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นห้องน้ำ กลิ่นหายรวดเร็วทันใจ

ปัญหาห้องน้ำเหม็นหรือห้องน้ำมีกลิ่นแรงอาจมาจากจุดใดจุดหนึ่งหรือหลายๆจุดรวมกัน แต่ที่แน่ๆกลิ่นเน่าเหม็นเหล่านั้นมาจากของเสียที่อยู่ในห้องน้ำหรือกลุ่มก๊าซไข่เน่าที่ลอยขึ้นมาจากบ่อเกรอะหรือบ่อรับน้ำเสีย หรืออาจเกิดจากของเสียที่เกาะอยู่ตามท่อน้ำทิ้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว กลิ่นจะค่อนข้างแรง ในบางรายที่มีปัญหาเช่นนี้ถึงขนาดลงทุนทุบห้องน้ำทำใหม่ ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยให้กลิ่นเหม็นเหล่านี้หายไป เหตุเพราะแก้ไขไม่ตรงจุดและตรงประเด็น

ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นแก้ไขอย่างไร?

การแก้ไขปัญหาห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น ต้องแก้ไขด้วยวิธีธรรมชาติ เมื่อของเสียเกิดขึ้นต้องเติมจุลินทรีย์เพื่อทำการย่อยสลายของเสียที่เกิดขึ้นให้สมบูรณ์ กลิ่นเน่าเหม็นก็จะหายไป กลิ่นเน่าเหม็นที่เกิดขึ้นเกิดจากการทำปฏิกิริยาที่ไม่สมบูรณ์ของจุลินทรีย์อีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น วิธีแก้ไขจึงต้องเพิ่มปริมาณเติมจุลินทรีย์ลงไปในระบบหรือจุดที่มีปัญหา

วิธีดับกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ/ วิธีดับกลิ่นส้วมเหม็น ด้วยจุลินทรีย์

จุลินทรีย์ ถูกออกแบบมาเพื่อดับกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ห้องส้วม กลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้ง ท่อระบายน้ำ และบำบัดน้ำเสีย สำหรับวิธีการใช้จุลินทรีย์ ดับกลิ่นห้องน้ำ ให้ใช้ตามคำแนะนำที่ให้กับลูกค้าทุกครั้ง

กลิ่นเหม็นในห้องน้ำมาจากจุดใด? เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้

1. ท่อน้ำทิ้ง( ท่อเดรน)หรือท่อระบายน้ำในห้องน้ำ ( จุดใหญ่ )

2. โถส้วมหรือชักโครก

3. โถปัสสาวะในห้องน้ำ ( ถ้ามี )

4. พื้นห้องน้ำสกปรก

5. อ่างล้างมือ


กำจัดกลิ่น ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ส้วมเต็ม ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนใจ? คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/วิธีบำบัดน้ำเสีย/

14
เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็ต้องการความรัก และการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับคน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเรามาเริ่มดูแลสิ่งของอันมีค่าเพื่อให้มันอยู่กับเราได้อย่างยาวนานกันดีกว่าค่ะ

เชื่อได้เลยว่าบ้านทุกหลัง ทุกหอพัก ของเพื่อนๆ จะต้องมี เฟอร์นิเจอร์ ไว้ประดับตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ โซฟา แต่พอใช้นานวันเข้าก็เริ่มเก่า เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน รวมถึงปัจจัยอื่นที่มีผล เช่น ฝุ่นที่มาเกาะ หรือแม้กระทั่งเราทำอาหาร-น้ำดื่มหกใส่ จึงทำให้เกิดคราบสกปรกมากมาย ส่งผลให้อายุการใช้งานถดถอยลง จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถยืดอายุการใช้งานให้พวกข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ได้ แล้วจะมีวิธีการดูแลอย่างไรบ้างเราไปดูกันค่ะ

เฟอร์นิเจอร์01

1. แบบหนังแท้

เฟอร์นิเจอร์หนังโดยปกติแล้วจะมีอายุการใช้งานยาวนาน เพราะมีคุณสมบัติในเรื่องของความทนทานมากกว่าวัสดุประเภทอื่น เพียงคุณดูแลให้ดี ก็จะยิ่งเป็นวัสดุอายุยืนยาวขึ้นไปอีก หากเครื่องหนังของคุณอยู่ในห้องปรับอากาศ ก็ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษามากนัก แต่ถ้ามันถูกตากแดดล่ะก็ ความร้อนจากแดดจะทำให้หนังเสื่อมสภาพเร็ว เราจึงควรบำรุงรักษาด้วยการเคลือบน้ำยาป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดรอยแห้ง และแตกลายจากการถูกใช้งานเป็นประจำ เช่น พนักพิงศีรษะ ท้าวแขน บริเวณเหล่านี้จะเกิดการหมักหมมของเหงื่อ และสิ่งสกปรกได้ง่าย จึงต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาด ประมาณปีละครั้งก็เพียงพอ สำหรับการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ใช่เฉพาะเครื่องหนัง ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้

ส่วนการดูแลเฟอร์นิเจอร์หนังกลับ จะต้องใช้การดูแลรักษามากกว่าหนังแท้ เพราะหนังกลับจะเก็บความสกปรกไว้ได้มากที่สุด วิธีการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนสีดำค่อนข้างแข็ง แปรงไปในทางเดียวกัน แต่หากเกิดรอยเปื้อนมาก ให้ใช้แปรงสีฟันจุ่มลงน้ำสบู่พอหมาดๆ แล้วแปรงบริเวณรอยเปื้อนไปในทางเดียวกัน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดออกอีกครั้ง ทำความสะอาดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้งค่ะ

2. แบบบุผ้า

เป็นวัสดุที่ดูบอบบาง มักนิยมนำมาตกแต่งมุมนั่งเล่นเอ้าท์ดอร์ เพราะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เข้ากับการพักผ่อนในสวนเป็นอย่างดี ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย คือ ความสกปรกที่เกิดจากการสะสมของฝุ่นละออง ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพและสีจางลงได้รวดเร็ว จึงควรทำสะอาดด้วยการดูดฝุ่นเป็นประจำ ถ้าเป็นคราบเปื้อน ให้ใช้แปรงขนนุ่มหรือฟองน้ำ ชุบน้ำสบู่อ่อนๆ ขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด รวมถึงเคลือบน้ำยาที่มีคุณสมบัติในการป้องกันของเหลว เพื่อเลี่ยงปัญหาสิ่งสกปรกฝังติดอยู่ในเฟอร์นิเจอร์

ยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ไม่ยากอย่างที่คิด! คลิ๊กที่นี่ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็ต้องการความรัก และการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับคน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเรามาเริ่มดูแลสิ่งของอันมีค่าเพื่อให้มันอยู่กับเราได้อย่างยาวนานกันดีกว่าค่ะ

เชื่อได้เลยว่าบ้านทุกหลัง ทุกหอพัก ของเพื่อนๆ จะต้องมี เฟอร์นิเจอร์ ไว้ประดับตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ โซฟา แต่พอใช้นานวันเข้าก็เริ่มเก่า เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน รวมถึงปัจจัยอื่นที่มีผล เช่น ฝุ่นที่มาเกาะ หรือแม้กระทั่งเราทำอาหาร-น้ำดื่มหกใส่ จึงทำให้เกิดคราบสกปรกมากมาย ส่งผลให้อายุการใช้งานถดถอยลง จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถยืดอายุการใช้งานให้พวกข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ได้ แล้วจะมีวิธีการดูแลอย่างไรบ้างเราไปดูกันค่ะ

เฟอร์นิเจอร์01

1. แบบหนังแท้

เฟอร์นิเจอร์หนังโดยปกติแล้วจะมีอายุการใช้งานยาวนาน เพราะมีคุณสมบัติในเรื่องของความทนทานมากกว่าวัสดุประเภทอื่น เพียงคุณดูแลให้ดี ก็จะยิ่งเป็นวัสดุอายุยืนยาวขึ้นไปอีก หากเครื่องหนังของคุณอยู่ในห้องปรับอากาศ ก็ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษามากนัก แต่ถ้ามันถูกตากแดดล่ะก็ ความร้อนจากแดดจะทำให้หนังเสื่อมสภาพเร็ว เราจึงควรบำรุงรักษาด้วยการเคลือบน้ำยาป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดรอยแห้ง และแตกลายจากการถูกใช้งานเป็นประจำ เช่น พนักพิงศีรษะ ท้าวแขน บริเวณเหล่านี้จะเกิดการหมักหมมของเหงื่อ และสิ่งสกปรกได้ง่าย จึงต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาด ประมาณปีละครั้งก็เพียงพอ สำหรับการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ใช่เฉพาะเครื่องหนัง ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้

ส่วนการดูแลเฟอร์นิเจอร์หนังกลับ จะต้องใช้การดูแลรักษามากกว่าหนังแท้ เพราะหนังกลับจะเก็บความสกปรกไว้ได้มากที่สุด วิธีการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนสีดำค่อนข้างแข็ง แปรงไปในทางเดียวกัน แต่หากเกิดรอยเปื้อนมาก ให้ใช้แปรงสีฟันจุ่มลงน้ำสบู่พอหมาดๆ แล้วแปรงบริเวณรอยเปื้อนไปในทางเดียวกัน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดออกอีกครั้ง ทำความสะอาดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้งค่ะ

2. แบบบุผ้า

เป็นวัสดุที่ดูบอบบาง มักนิยมนำมาตกแต่งมุมนั่งเล่นเอ้าท์ดอร์ เพราะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เข้ากับการพักผ่อนในสวนเป็นอย่างดี ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย คือ ความสกปรกที่เกิดจากการสะสมของฝุ่นละออง ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพและสีจางลงได้รวดเร็ว จึงควรทำสะอาดด้วยการดูดฝุ่นเป็นประจำ ถ้าเป็นคราบเปื้อน ให้ใช้แปรงขนนุ่มหรือฟองน้ำ ชุบน้ำสบู่อ่อนๆ ขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด รวมถึงเคลือบน้ำยาที่มีคุณสมบัติในการป้องกันของเหลว เพื่อเลี่ยงปัญหาสิ่งสกปรกฝังติดอยู่ในเฟอร์นิเจอร์


ยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ไม่ยากอย่างที่คิด! คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/

15
เหตุผลอะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจว่า หนังเรื่องนั้นที่คุณสนใจจะน่าดู…ตัวอย่างหนัง เรื่องย่อ หรือการโปรโมทที่หลากหลายช่องทาง ความสนุกของหนังเรื่องหนึ่งต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่าง ถ้าไม่อยากผิดหวังกับการดูหนังใหม่ เรามีข้อมูลที่จะช่วยตัดสินว่า หนังใหม่ เรื่องนั้นน่าดูมากน้อยแค่ไหนมาฝากกันค่ะ

ไม่มีใครรู้เลยว่า หนังใหม่ แต่ละเรื่องที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์นั้นสนุกมากน้อยแค่ไหน คุ้มค่าพอกับการเสียเงินและเวลาหรือไม่ หรือสนุกพอที่คาดหวังหรือไม่ แต่ก่อนที่จะดู หนังใหม่ สักเรื่อง คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าหนังเรื่องนั้นสนุก และเป็นตามคาดสมกับการรอคอย แต่เรามีเกณฑ์พิจารณาการดูหนังมาฝากทุกคนค่ะ

1.อ่านบทวิจารณ์ภาพยนตร์ (Movie reviews)

บทวิจารณ์จะช่วยให้คุณตัดสินใจเกี่ยวกับการเลือกดูหนังได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น การเลือกอ่านบทวิจารณ์ก็มีส่วนความสำคัญเช่นกันนะคะ ช่วยในการตัดสินใจ แต่ในฐานะที่เป็นคนดู ควรศึกษาหรืออ่านบทความวิจารณ์จากหลายๆ แห่ง แล้วพิจารณาบทสรุปถึงข้อดีข้อเสียของหนังเรื่องนั้น เพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจ และเมื่อถึงเวลาดูหนัง เราควรจะปล่อยความคาดหวังออกไป แล้วสนุกไปกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าน่าจะดีกว่านะคะ ส่วนเรื่องของบทวิจารณ์นั้นอาจเป็นเหตุผลประกอบในการเลือกดูหนัง แต่เมื่อเข้าไปดูหนังแล้ว คุณอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างจากบทวิจารณ์ก็ได้

2.ผู้กำกับภาพยนตร์ (Film Director)

บางคนเลือกดูหนังก็เพราะชื่นชอบฝีมือของผู้กำกับภาพยนตร์ อาจจะเคยติดตามงานของผู้กำกับคนนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก ก็ต้องดูว่าผู้กำกับต้องการถ่ายทอดภาพออกมาด้วยวิธีใด เช่น ลำดับภาพแบบตัดสลับไปมา หรือเปิดเรื่องด้วยฉากจบแล้วค่อยย้อนกลับไปเหตุการณ์ต้นเรื่อง สลับกับการสืบสวนคดี ดำเนินเรื่องเป็นเส้นขนานไปพร้อมๆ กัน ซึ่งการดำเนินเรื่องในลักษณะนี้ จะทำให้คนดูเกิดความสนใจ และติดตามชมทุกวินาที แม้กระทั่งแค่กะพริบตาก็อาจจะพลาดฉากสำคัญได้ คำพูดบางประโยคที่เป็นหัวใจสำคัญของหนังเรื่องนั้นไปอย่างน่าเสียดาย หรือเรื่องราวที่แสนสะเทือนใจและหดหู่ใจ แต่ผู้กำกับภาพยนตร์บางคนก็เลือกที่จะถ่ายทอดความรู้สึกในด้านดีออกมา ก็ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกดีตามไปด้วย

3.นักแสดง (Actors)

ผู้กำกับภาพยนตร์แต่ละคนก็จะมีวิธีการคัดเลือกนักแสดงที่แตกต่างกันออกไป โดยอาจเลือกจากประสบการณ์ ความสามารถทางการแสดง ความละเอียดอ่อน จินตนาการ น้ำเสียง และการใช้ภาษา รวมไปถึงบุคลิกภาพตรงตามบท นักแสดงที่ดีจะต้องเข้าถึงบทบาทที่ได้อย่างลึกซึ้ง แสดงออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวา ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาทางสีหน้า ภาษา และได้เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิก นิสัยใจคอ ทัศนคติ ภูมิหลัง และลักษณะด้านอื่นๆ ของตัวละครได้

4.การออกแบบเครื่องแต่งกาย (Costume design)

เป็นการบ่งบอกถึงคาแรคเตอร์ หรือบทบาทที่นักแสดงได้รับจากหนังเรื่องนั้นๆ เครื่องแต่งกายของนักแสดงที่เลือกต้องเหมาะสมกับประเภทของหนัง เพราะเครื่องแต่งกายของนักแสดงเป็นสีสันที่ช่วยสร้างบรรยากาศ โทนสีโดยรวมของเนื้อเรื่อง รวมถึงเรื่องราว หรือเค้าโครงของเรื่องก็ต้องมีความสอดคล้องไปกับฉากด้วย

5.แก่นของเรื่อง (Theme)

แต่ละเรื่องจะต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงแนวคิดหลักที่เป็นหัวใจของเรื่อง หนังบางเรื่องอาจมีมากกว่าหนึ่งแนวคิด แต่จะเน้นความคิดใดความคิดหนึ่งเป็นจุดเด่น ส่วนความคิดอื่นจะเป็นเรื่องรอง และที่สำคัญ จะต้องยึดแนวคิดที่ชัดเจนในการดำเนินเรื่องเพื่อไปสู่จุดหมายให้ได้ Theme ของเรื่องจะทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของบท นักเขียนต้องมีความแม่นยำ เพื่อใช้ในการวางโครงเรื่อง และสร้างคาแรคเตอร์ของตัวละครให้สอดคล้องกัน

6.เพลงประกอบ (Music sound)

เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญมากเช่นกัน เพลงประกอบหนังนั้นต้องมีความสอดคล้องกับฉากต่างๆ ในเรื่อง หนังแต่ละเรื่องใช้เพลงเพื่อสร้างบรรยากาศ เนื้อหาของเพลงจะทำให้คนดูนั้นเคลิ้มตาม และได้อรรถรสมากขึ้น นอกจากเพลงประกอบจะช่วยให้หนังแจ้งเกิด ได้แล้ว ผู้แต่งเพลงประกอบก็จะได้รับคำชมไปด้วย



จะรู้ได้อย่างไร หนังใหม่ เรื่องไหนน่าดู ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

หน้า: [1] 2 3 ... 28